ติดมือถือ1

มีกระแสข่าวเมื่อไม่กี่วันก่อนกับคุณแม่ท่านหนึ่งที่ระบุว่า ลูกได้เล่นมือถือ จนกล้ามเนื้ออ่อนแรง  เพราะมีการเพ่งดูโทรศัพท์มาตั้งแต่เด็กสะสมมาตลอด จนทำให้ตาเขและเข้าสู่การผ่าตัด ข่าวดังกล่าวเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันมาก จนทำให้คุณหมอตาเด็กออกมาให้คำตอบและอธิบายต่อกับเรื่องนี้ วันนี้แอดมินจึงขอนำเสนอเรื่องราวความรู้ที่คุณหมอได้ออกความเห็นมาให้คำตอบกับคุณพ่อคุณแม่ชาว  “HerKid รวมพลคนเห่อลูก” กันนะคะ จะน่าสนใจขนาดไหนตามมาดูกันเลย…

ติดมือถือ2

คุณหมอตาเด็ก “ลูกเล่นมือถือเยอะ ทำให้ตาเข ต้องถูกผ่าตัด จริงเหรอ? หมอมาขออธิบายหน่อยค่า **ฉบับ เพิ่มรายละเอียด เพื่อความเข้าใจที่มากขึ้นค่า ไม่อยากให้ตื่นตูมกัน ช่วยกันแชร์หน่อยค่า จากเคสเด็ก ที่คุณแม่ออกมาเล่าให้ฟังว่า ลูกชายผ่า เพราะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง ดูโทรศัพท์ตั้งแต่เล็กๆ สะสมมาเรื่อยๆ จนกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง มีผลหากไม่รีบรักษา ก่อนอื่นหมอขอขอบคุณ และชมเชยคุณแม่นะคะ ที่มาแบ่งปันประสบการณ์ให้คนอื่นๆได้เรียนรู้ไปด้วยกัน น่ารักมากๆเลยค่า เพียงแค่ว่า บางจุดอาจจะเข้าใจคลาดเคลื่อนไป หมอขอใช้โอกาสนี้อธิบายเพิ่มเติมนะคะ จริงๆถ้าพอจำกันได้ 3-4ปีที่แล้ว ก็มีเคสแบบเดียวกันค่า ที่ลูกผ่าตัดตาเข แล้วเข้าใจว่าเกิดจากใช้ Tablet มาไปตอนนั้น ได้มีอาจารย์หมอตาเด็ก มาให้ข้อมูลที่ละเอียด เข้าใจง่าย หมอขอนำข้อมูลมาสรุปแชร์อีกทีนะคะ (ยาวหน่อยแต่สิ่งที่ได้คุ้มกับเวลาที่อ่านแน่นอนค่ะ) นพ.ศักดิ์ชัย วงศ์กิตติรักษ์ หัวหน้าภาควิชาจักษุวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า เด็กตาเขมาจาก 2 สาเหตุหลักคือ 1. กล้ามเนื้อในการกลอกลูกตาไม่สมดุล 2. มีค่าสายตาผิดปกติ สั้น หรือยาวเกินไปมากๆ โดยพื้นฐานเวลาคนเรามองใกล้ๆ ไม่ว่าจะอ่านหนังสือหรือเล่นโทรศัพท์มือถือ จะเกิดการเปลี่ยนแปลง 3 อย่างในลูกตาคือ 1.เกิดการเพ่งสายตา เพื่อให้focusภาพได้ชัด 2.รูม่านตาหดเล็กลง 3.เวลามองใกล้ตาสองข้างจะเข้ามาชิดกัน ถ้าคุณพ่อคุณแม่สังเกตตัวเอง หรือลูกๆจะพบว่า ตาเลยเหมือนเขเข้าตลอดตอนที่มองใกล้ๆค่ะ ซึ่งเป็นกลไกปกติของตาที่ทำให้เรามองใกล้ได้ชัด เพราะฉะนั้นจริงๆ การที่เด็กใช้สายตามองใกล้ เป็นเวลานานก็จะเกิดภาวะที่ตาเข้ามาใกล้กันมาก จนบางคนเหมือนเป็นตาเขค้างแบบนั้น บางทีหยุดใช้หน้าจอแล้วต้องใช้เวลาสักพักกว่าจะหาย เราเรียกภาวะแบบนี้ว่า “การเพ่งค้าง” การเพ่งค้างเกิดได้ แต่โดยทั่วไปจะเป็นชั่วคราว และกลับมาเป็นปกติเมื่อหยุดใช้ หรือไปพบจักษุแพทย์หยอดยาลดการเพ่ง จริงๆไม่อยากให้แตกตื่นว่าการเล่นมือถือ จะทำทำลายกล้ามเนื้อตา หรือเกิดความผิดปกติแบบถาวรขึ้น❌  ที่ผ่านมาเด็กที่ได้รับการผ่าตัดรักษาตาเข ส่วนมากเพราะมีปัญหามาจากค่าสายตาเป็นหลัก หรือกล้ามเนื้อตาไม่สมดุลแต่เกิด แต่ก็มีประวัติเล่นโทรศัพท์มือ แต่ไม่เกี่ยวกัน ที่เล่ามา ไม่ใช่จะบอกว่าเล่นได้แบบunlimitนะคะ เพราะมีวิจัยรับรองชัดเจน ว่าเล่นมือถือนานๆ หรือใช้ชีวิตในบ้านนานๆ อยู่ในที่แคบนานๆ ทำให้เด็กมีสายตาสั้นมากขึ้น+เร็วขึ้น บางคนสายตาสั้นมากๆ>>>ก็ทำให้เกิดตาเขได้นะ❌ ดังนั้นค่า การใช้มือถือเยอะๆ ตอนนี้ถึงแม้ยังไม่มีผลการศึกษาทางการแพทย์ว่าเป็นสาเหตุโดยตรงที่ทำให้เกิดตาเข แต่อาจมีส่วนที่ทำให้เด็กสายมาสั้นมากขึ้น แล้วเกิดตาเขตามมา และยังก็ทำให้เกิดผลเสียต่อสายตาหลายอย่างเลยค่า โดยเฉพาะ สายตาสั้นมากขึ้น ตาแห้ง ตาล้า แต่การปล่อยให้ลูกเล่นเยอะสิ่งที่น่ากังวลกว่า คือพัฒนาการที่ช้า บางคนเป็นออทิสติกเทียมบางคนพูดช้าบางคนใจร้อน รอไม่ได้ อดทนไม่ได้ เพราะในหน้าจอ แค่ปัดนิ้วก็เปลี่ยนได้ทันใจไม่ต้องรออะไรส่วนใช้หน้าจอนานๆทั้งพ่อแม่ และเด็กๆส่งผลให้ตาแห้ง ตาล้า ปวดหัว ปวดคอนะคะ”

ก็เป็นอีกหนึ่งความเห็นจากคุณหมอตาเด็กนะคะ อย่างไรเรื่องนี้ก็อาจจะต้องใช้วิจารณญาณในการแยกแยะข่าวสาร เพราะเด็กแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางคนอาจมีภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงแต่เกิดด้วยก็ต้องยิ่งระวังค่ะ แอดมินคิดว่าการปกป้องลูกด้วยการควบคุมการเล่นมือถือก็เป็นเรื่องที่ควรทำค่ะ และงดเล่นในเด็กที่เล็กมากๆด้วยนะคะ อย่างไรต้องขอขอบคุณคุณหมอตาเด็ก มากๆนะคะที่นำเรื่องราวมาแบ่งปันกัน คราวหน้าจะมีสาระดีๆอะไรมาแนะนำคุณพ่อคุณแม่ชาว “HerKid รวมพลคนเห่อลูก” กันอีกบ้าง? มารอติดตามกันนะคะ..

ที่มา : HerKid รวมพลคนเห่อลูก (คุยกับหมอตาเด็ก by หมอพี)
เรียบเรียงโดย : HerKidรวมพลคนเห่อลูก
อ่านประสบการณ์​อื่นๆ >>> DIYโยเกิร์ตคุณแม่ ทำไม่ยากอย่างที่คิด!

Comments