อุทาหรณ์1

เพราะนาทีที่ลูกเกิดมานั้นเป็นช่วงที่สำคัญมาก การดูแลและไปโรงพยาบาลให้ทันคลอดก็จะช่วยให้คุณแม่และเด็กปลอดภัยได้มากกว่า  เช่นเดี๋ยวกับคุณแม่น้องซะกันชาว  “HerKid รวมพลคนเห่อลูก”  ที่กว่าจะได้อัลตราซาวด์ก่อนจะคลอดก็เกือบสายไป เหตุเกิดเพราะอะไร เรื่องราวจะน่าสนใจและเป็นอุทาหรณ์ได้ดีขนาดไหน ตามแอดมินมาดูกันค่า…

อุทาหรณ์2

คุณแม่น้องซะกัน “มีประสบการณ์มาเล่าให้แม่ฟังค่ะเราท้องลูกคนที่ 2 เราฝากท้องตั้งแต่ยังไม่ถึง 2 เดือน (ท้องแรกคลอดเอง) ทุกอย่างปกติ จนกระทั่ง 20 w เราย้ายมาฝากโรงโรงพยาบาลจังหวัดที่บ้านเกิดเรา “หมอถามว่าตรวจครรภ์หาความผิดปกติหรือยัง เราตอบว่ายัง พยาบาลที่ยืนข้างหลังก็พูดขึ้นว่า 20+w แล้ว ตรวจไปก็เท่านั้น เอาออกไม่ได้แล้ว ย้ายมาจากที่อื่นด้วย” หมอก็ฟังพยาบาลเลยไม่ตรวจให้เรา หมอเลยทำอัลตร้าซาวให้บอกว่า “เด็กไม่มีจู๋นะคับ เด็กน้ำหนักตามเกณฑ์” หลังจากนั้นเราก็มาฝากครรภ์ตามปกติ จนถึง 37 w เราถามพยาบาลว่า “หมอจะซาวด์อีกมั๊ยคะ เพราะไม่รู้ว่าน้องกลับหัวหรือยัง”พยาบาลตอบมาว่า “ถ้าไม่กลับเค้าคงบอกเองแหละ ไม่ต้องซาวด์แล้ว” พอถึงวันที่ 27 มีนา เราตื่นแล้วกำลังจะไปเข้าห้องน้ำ ก็มีเลือดตกลงมาก้อนนึง ขนาดเท่ากำมือเด็ก มีน้ำใสๆไหลออกมาด้วย เราเลยให้แฟนพาไป รพ. พอไปถึงนั่งรอประมาน 2 ชั่วโมง ก็ขึ้นเตียงติดเครื่องวัดท้องแข็ง พอวัดเสร็จ ก็ตรวจปากมดลูก (เจ็บมาก) หมอบอก “ปากมดลูกเปิด2 ซม. กลับบ้านไปก่อน เริ่มมีลมเบ่งค่อยมา เราเลยแย้งขึ้นว่า เลือดออกมาเป็นก้อน น้ำคร่ำก็แตกแล้วทำไมให้กลับบ้าน” หมอเลยให้ไปทำอัลตร้าซาวด์คำแรกที่หมอพูด “ต้องผ่านะ เด็กท่าก้น น้ำคร่ำน้อยมากแล้ว”จากนั้นก็ให้เราเซ็นเอกสาร เตรียมร่างกาย ใส่สายฉี่ ประมานบ่ายโมงเราก็ได้เข้าห้องผ่าตัด ตอนออกจากห้องรอคลอดคิดว่าจะเจอญาติ ออกมาไม่มีใครเลย (พยาบาลไล่ให้ญาติกลับ)จนเข้าห้องผ่า หมอบล็อกหลังให้ (ไม่เจ็บเลย)จนผ่าเสร็จพยาบาลเอาลูกมาให้ดูเราตกใจมาก “ลูกมีจู๋ ตัวเล็กมาก นน.2165 ” ทั้งๆที่หมอบอกไม่มีจู๋ หมอก็เย็บแผลให้ เราก็รุ้สึกแน่นหน้าอกแล้วอาเจียน (ออกแต่ลม)พยาบาลบอกอีก 2 ชั่วโมงจะเอาลูกไปให้ หลังจากนั้นเราก็ไปห้องพิเศษ มาเจอญาติอีกทีก็เย็นเลย พยาบาลมาบอกว่าน้องมีปัญหานิดหน่อย ต้องพักอยู่ NICU ให้พ่อไปพบหมอ พอแฟนลงมาก็จับมือเราบอกว่า”ลูกเรา 50/50″ เราได้แต่ร้องไห้ แผลก็เจ็บมาก วันที่ 2 เราไปเอง หมอบอกว่า “ลูกสามารถไปได้ทุกชั่วโมง “เพราะความดันต่ำมาก หายใจเร็ว ปอดติดเชื้อจากการใส่ท่อช่วยหายใจ เป็นช่วงเวลาที่ทรมานมากหลังจากพักฟื้น3 วัน เราก็ลงมาเฝ้าลูกที่ห้องNicu (มีห้องพักสำหรับแม่)เราไปดูลูกทุก 3 ชั่วโมง ไปเปลี่ยนแพมเพิส เช็ดปากลูกด้วยน้ำนม ทุกครั้งที่เราไปเค้าเหมือนรับรู้ เราจะคุยกับเค้าตลอด ว่าน้ำนมทุกหยดจากม๊ะขอให้เป็นยาวิเศษให้หนูแข็งแรงขึ้นทุกวินาที เราได้ฟังข่าวดีจากหมอทุกวัน หลังจากนั้นอีก 5 วัน นน.ลูกเราขึ้นมา 100 กรัม (ขึ้นผิดปกติ)หมอบอกหัวน้องนิ่ม หมอให้ทำอัลตร้าซาวด์ พบเลือดออกที่กะโหลกศรีษะ สาเหตุเกิดจากการผ่าคลอด เราร้องไห้ทุกวัน แฟนก็ได้แต่โทรคุย เอาของมาให้ก็เจอกัน 5 นาที โดนตัวกันไม่ได้ เพราะเป็นช่วงโควิด เราต้องระวังตัวมากที่สุด จนวันที่ 13 เมษายน หมอให้กลับบ้านได้ 17 วัน แห่งความหวังและทรมานใจ สุดท้ายก็มีปาฏิหาริย์#เราขอเป็นกำลังใจให้แม่ๆทุกคนที่เจออุปสรรคแบบเรานะคะ ✌ ยาวไปหน่อยลูกหลับ พิมพ์ได้

อุทาหรณ์3

เป็นเรื่องที่ลุ้นตั้งแต่ต้นยันจบเลยจริงๆนะคะ ทำให้เห็นว่าการเลือกโรงพยาบาลดีๆสักแห่งเพื่อฝากท้องและคลอดลูก กลายเป็นเรื่องสำคัญที่เห็นชัดเจนมากค่ะ ต้องขอขอบคุณคุณแม่น้องซะกันชาว “HerKid รวมพลคนเห่อลูก”  ที่นำเรื่องราวประสบการณ์นาทีฉุกเฉินช่วงคลอดมาเล่าสู่กันฟังให้เป็นอุทาหรณ์นะคะ คราวหน้าจะมีเรื่องราวน่าสนใจดีๆอะไรมาฝากกันอีก ห้ามพลาดติดตามกันต่อในคราวหน้า วันนี้ลาไปก่อนค่ะ สวัสดีค่ะ

ที่มา : HerKid รวมพลคนเห่อลูก (Natrada Dada)
เรียบเรียงโดย : HerKidรวมพลคนเห่อลูก
อ่านประสบการณ์​อื่นๆ >>> DIYโยเกิร์ตคุณแม่ ทำไม่ยากอย่างที่คิด!

Comments