ลูกไอ1

อาการไอกลางดึกของลูกน้อยอาจเกิดได้กับเด็กเล็กเกือบทุกบ้าน เพราะอากาศและสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ประกอบกับภูมิต้านทานของลูกที่ไม่แข็งแรงมากเท่าที่ควร ทำให้เกิดอาการไอกลางดึกจนทำให้พ่อแม่เป็นห่วง อดหลับอดนอนเพื่อเฝ้าดูอาการลูก วันนี้เราจึงขอนำเสนอวิธีจัดการอาการไอของลูกน้อยเวลากลางคืน มาฝากคุณพ่อคุณแม่ชาว “HerKid รวมพลคนเห่อลูก” กันนะคะ จะเป็นอย่างไรมาติดตามกันค่ะ

ลุกไอ3

1. จัดการน้ำมูกและเสมหะของเจ้าตัวเล็ก หนูน้อยมักมีความเข้าใจผิดเกี่ยวกับจัดการน้ำมูกและเสมหะของตัวเอง ด้วยการกลืนเสมหะบ้าง หรือขากออกจากปากแรงๆบ้าง จนทำให้เกิดการอักเสบเกี่ยวกับระบบหายใจ ซึ่งเป็นวิธีการที่ไม่ถูกต้อง แนะนำว่าให้ใช้วิธีล้างจมูก เพื่อลดปริมาณน้ำมูกที่จะไหลลงไปเป็นเสมหะที่ลำคอ จากนั้นให้หนูน้อยพยายามจิบน้ำอุ่น เพื่อลดความข้นของเสมหะ จะช่วยบรรเทาอาการไอของลูกในเวลากลางคืนได้นั่นเองจ้า
2. จัดห้องนอนให้ลูกปลอดภัยจากการไอ โดยพยายามเลือกห้องนอนที่อากาศถ่ายเทสะดวก มีบรรยากาศโล่งโปร่งสบาย เพราะส่วนใหญ่ในห้องนอนที่มีฝุ่นสะสมในปริมาณมาก มักจะไปกระตุ้นให้ร่างกายอ่อนแอ ทำให้เกิดอาการแพ้ฝุ่น หลอดลมอักเสบ และโรงทางระบบหายใจอื่นๆ จึงควรใส่ใจในเรื่องของความสะอาดของห้องนอน ผ้าปูที่นอน และปลอกหมอนอยู่เสมอ และหากมีตุ๊กตามีขนให้ระวัง ให้ดูดฝุ่นให้มากๆถ้าลูกชอบเล่น แต่เวลานอน ควรเอาออกจากตัวลูก เพราะเป็นจุดเสี่ยงสะสมฝุ่นตัวร้ายได้เป็นอย่างดีเลยค่ะ
3. จัดอุณหภูมิในห้องนอนให้เหมาะสม หากมีแอร์ในห้องนอนลูกต้องใช้อุณหภูมิที่ 28 องศาเซลเซียส เป็นภาวะที่กำลังดีสำหรับช่วงที่ลูกมีอาการไอนะคะ และวางตำแหน่งเตียงลูกในจุดที่แอร์ไม่ตก และถ้าเปิดพัดลมก็ควรเลือกโหมดส่ายไปมา และใส่ถุงเท้าให้หนูน้อยและห่มผ้าปิดประมาณหน้าอกและลำคอ จะช่วยจัดการให้ร่างกายของลูกน้อยไม่เย็นเกินไปได้ค่ะ
4. จัดบรรยากาศอย่าให้แห้งมากไป เพราะภาวะที่อากาศแห้งจะไปกระตุ้นการเกิดเสมหะและน้ำมูก จะทำให้ลูกรักของเรามีอาการคันคอ จาม ไอ คัดจมูก และน้ำมูกไหลได้ง่าย จึงแก้ไขง่ายๆด้วยการวางแก้วน้ำหรือขันน้ำไว้ใต้แอร์ เพื่อสร้างความชื้นในห้องนอนนั่นเอง
5. ทำน้ำผึ้งผสมมะนาวให้ลูก ในน้ำผึ้งมีส่วนผสมที่จะช่วยลดอาการอักเสบในลำคอได้ดี และสามารถกำจัดเชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดการไอได้ ข้อควรระวังคืองดให้กับเด็กที่อายุน้อยกว่า 2 ขวบค่ะ

ลูกไอ2

สาระที่เรานำมาฝากกันในวันนี้เป็นความรู้เบื้องต้นที่ควรรู้เพื่อจดจำไว้เมื่อลูกมีอาการไอ ไว้แก้ปัญหาเฉพาะหน้าบรรเทาอาการก่อนได้ค่ะ แต่หากมีอาการแทรกซ้อนร่วมด้วย แนะนำให้รีบพาไปพบคุณหมอนะคะ หวังว่าจะเป็นประโยชน์สำหรับคุณพ่อคุณแม่ชาว “HerKid รวมพลคนเห่อลูก” ทุกท่านค่ะ คราวหน้าแอดมินจะนำสาระดีๆความรู้น่าสนใจมาแบ่งปันกันอีก ต้องรอติดตามค่า!!!

เครดิตข้อมูล : HerKid รวมพลคนเห่อลูก
อ่านประสบการณ์​อื่นๆ >>>เรื่องน่ารู้พัฒนาการลูก การได้ยินเสียงของเจ้าหนูเริ่มเมื่อไหร่?

Comments