ขาดโฟลิก1

การดูแลลูกให้เติบโตมาเป็นคนดีสุขภาพแข็งแรงถือเป็นโจทย์สำคัญในชีวิตค่ะ เช่นเดียวกันกับการรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของคุณแม่ท่านหนึ่ง เพราะต้องพบกับปัญหาลูกขาดโฟลิก จนทำให้เด็กน้อยผิดปกติทางร่างกายเป็นโรคบกพร่องกระดูกสันหลังแต่กำเนิด คุณแม่น้องภีมชาว  “HerKid รวมพลคนเห่อลูก” จะมีวิธีจัดการอย่างไร? สาเหตุเกิดจากอะไร? และคุณหมอมีข้อแนะนำอย่างไร ตามแอดมินมาดูกันค่า!!!

คุณแม่น้องภีม #วันนี้ขออนุญาติเล่าเรื่องของตัวเองเป็นอุทาหรณ์​ให้แม่ๆได้รู้จักป้องกันและเห็นความสำคัญของการกินกรดโฟลิคนะคะ #น้องภีม​ ปัจจุบันอายุ5เดือนกว่าค่ะ น้องป่วยเป็นโรคความบกพร่องของกระดูกสันหลังตั้งแต่กำเนิด #เพราะขาดโฟลิก​ อาจจะดูเหมือนไม่มีอะไรมาก​ แต่อยากให้รู้ถึงผลกระทบทั้งหมด #ภายใต้รอยยิ้มของเด็กคนนี้แบกรับอะไรไว้มากมาย “เล่าย้อนไปตั้งแต่ที่รู้ตัวว่าท้องเขาครั้งแรก ก็ตอนอายุครรภ์ได้12สัปดาห์แล้วค่ะ พอรู้ก็รีบไปฝากท้องเลย(คือดีใจมากเพราะว่าอยากมีลูก)​ บำรุงและดูแลตัวเองทุกอย่าง​ ไปพบหมอตรวจตามนัดปรกติ​ แม่ฝากท้องกับ​ รพ.รัฐฯ​ แม้ใช้สิทธิประกันสังคม​ แต่ได้ซาวด์ดูเขาแค่ครั้งเดียว คือตอน18สัปดาห์ ซาวด์เพื่อดูในเรื่องของขนาดตัวเด็กและกำหนดคลอด​ ผลวันนั้นคือน้องปรกติดีทุกอย่าง แต่ไม่เห็นเพศ เสร็จแล้วหมอก็แจ้งกำหนดเดือนที่จะคลอดน้องให้เรารู้​ได้ฟังก็ยิ้มปลื้มปริ่มเลยค่ะ ..ช่วงท้องแม่พยายามนับลูกดิ้นตลอดตามที่หมอบอกเพื่อจะบันทึกลงในสมุดสีชมพู​ แต่เชื่อไหมคะว่า​ #ในสมุดน้องภีมไม่เคยมีบันทึกจำนวนการดิ้นไว้สักครั้งเลย​จนวันคลอดก็ไม่เคยค่ะ เวลาไปตรวจแม่ก็จะแจ้งให้พยาบาลทราบว่าไม่เคยรู้สึกว่าลูกดิ้นเลย​ นอกจากแค่ตอดตึบๆนานๆครั้งแค่นั้น​ คำตอบที่ได้ก็ยังช่วยให้แม่สบายใจมาตลอด​ คือ..คงเป็นเพราะท้องแม่หนามาก​ ตอนไม่ท้องก็เหมือนคนท้องอยู่แล้ว​ เลยทำให้ไม่รู้สึกถึงการดิ้นของลูก​ เพราะฟังเสียงหัวใจของน้องก็เต้นปรกติตามเกณฑ์ดีทุกครั้ง​
10​ มิถุนายน​ 2562 วันที่คลอดน้อง​ แม่ตรวจวัดความดันพบว่าสูงมากถึง200กว่า​ นั่งพักและตรวจใหม่ยังไงก็ไม่ลดลง​ (นน.​แม่หนักเกิน110kg.ด้วย)​ เวลาประมาณ9โมงเช้า​​ แม่ถูกส่งไปห้องรอคลอด ปากมดลูกแม่เปิด​ 6-7ซม.แต่ไม่มีลมเบ่งมาสักที​ ถูกฉีดทั้งยาเร่งคลอด​ และยากันชักหลายเข็มมาก​ จำไม่ได้ว่าเท่าไร​ รอดูอาการและรอลมเบ่งมา..จนประมาณบ่ายโมงตรง​ คุณหมอมาตรวจ​และสรุปว่า​ #แม่ครรภ์เป็นพิษ​แน่ๆ ต้องส่งผ่าตัดด่วน​ ก่อนเข้าห้องผ่าตัด​ หมอพูดกับแม่ประโยคหนึ่งว่า.. #ไม่ต้องกลัวนะหมอจะพยายามช่วยรักษาชีวิตไว้ให้ได้ทั้งแม่และลูก​ ได้ยินแค่นั้นน้ำตามันไหล​ ความกลัว​ ความกังวลทุกอย่างมันจุกแน่นไปหมด​ ร้องไห้จนหลับไปตอนไหนไม่รู้ #ผ่าแบบดมยา ในที่สุดน้องก็ผ่าคลอดออกมาสำเร็จ เวลา 13.59 น.​ น้ำหนักแรกคลอดคือ 2,922 กรัม
หลังจากที่น้องคลอดเรา2แม่ลูกก็ถูกแยกกันไปคนละตึกเลย​ แม่ถูกส่งไปห้องICU ต้องใส่เครื่องช่วยหายใจ​ ส่วนน้องก็ไปอยู่​ ICU เด็กค่ะ​ ไม่ได้เจอหน้ากันเลยสักนิด แม่ก็ไม่รู้ข่าวลูกด้วยว่าเป็นอะไร และเป็นยังไงบ้าง และเช้าวันที่​ 11​ มิถุนายน​ 2562 น้องถูกส่งตัวไปผ่าตัดด่วนที่​ รพ.เด็กฯ ตอนนั้นแม่ก็ยังไม่รู้ว่าลูกเป็นอะไร ถามใครก็ไม่ได้เพราะท่อออกซิเจนช่วยหายใจมันยัดเต็มปากจนพูดไม่ได้ ได้ยินแต่พยาบาลในห้องICU ประมาณ3-4คนเขาคุยกัน ตอนที่มารุมเจาะเลือดทั้งขาแขน​(ใช้เลือดเยอะมาก)​ เขาพูดกันว่า​ เด็กต้องส่งไปผ่าตัดปิดกระดูกสันหลัง​ที่กรุงเทพฯ​ ตึกนู้นเขาเลยโทรมาบอกให้เจาะเลือดแม่ส่งไปแมทกับลูก​ด้วย​❓ ..ทรมานใจสุดๆ อดทนเป็นอาทิตย์กว่าจะได้เจอหน้าลูกตัวเองครั้งแรก โดยที่ไม่เคยได้รู้ข่าวอาการของลูกเลย รู้แค่คร่าวๆก็วันที่ 13​ มิถุนายน ทาง อ.หมอ รพ.เด็กฯ​ โทรมาแจ้งว่าผ่าตัดปิดกระดูกสันหลังเรียบร้อยแล้ว น้องอยู่ NICU อาการน่าห่วงมาก​ ออกซิเจนในเลือดต่ำ​ ต้องใส่ออกซิเจนช่วยหายใจตลอด​ และพบว่าน้องมีน้ำคั่งในสมอง​ด้วย​ หมอจึงรีบโทรมาขออนุญาติแม่ให้ยินยอมผ่าตัดทางโทรศัพท์ เพื่อใส่สายช่วยระบายน้ำในสมองของน้อง เพราะพ่อแม่ไม่สามารถไปเซ็นเอกสารได้ในวันนั้น​
17​ มิถุนายน​ 2562​ วันที่รอคอย..วันที่ได้ออกจากโรงพยาบาล แล้วรีบไปหาลูกครั้งแรก.. ^ภาพแรกที่เห็น..แม่แทบทรุด ลูกนอนในตู้อบ ในห้องเด็กที่แยกเฉพาะเด็กที่ความเสี่ยงสูง มีสายระโย้ระย้า​เต็มตัว ผ้าปิดแผลขาวเกลื่อน น้ำตามันไหล​ออกมาเองเลย รู้สึกสงสารลูกจับใจ​ พยาบาลบอกให้แม่เปิดตู้เอามือเข้าไปจับลูกได้​ แม่ค่อยๆจับเขาเบาๆ​ ด้วยอาการเกร็งนิดนึง​ เพราะไม่เคยมีลูกกับเขา​ น้องภีมเป็นลูกคนแรก​ ปากพูดบอกลูกว่าหนูต้องสู้นะลูก​ หนูเกิดมาเป็นลูกแม่แล้ว​ ไม่ว่าจะเป็นยังไงแม่จะดูแลหนูเอง​ ขอแค่หนูอยู่กับแม่​ ​เหมือนลูกจะรับรู้ได้ เขาเอามือจับนิ้วโป้ของเราไว้แน่น ▪️คุณหมอถามว่า รู้มาก่อนไหมว่าลูกมีความผิดปรกติแบบนี้มาตั้งแต่ในท้อง​ แม่ตอบความจริงว่าไม่รู้เลยค่ะ​ หมอย้อนถามอีกว่าไม่ได้ซาวด์หรอถึงไม่เห็น? ซาวด์ครั้งเดียวค่ะหมอที่ซาวด์เขาแจ้งว่าปรกติดี​ ไปตรวจตามนัดเสียงหัวใจเขาก็เต้นปรกติ​ทุกครั้ง ก็เลยไม่ต้องซาวด์ครั้งที่2​ให้ค่ะ ..^อาจารย์หมอได้ฟังแม่ตอบก็ส่ายหน้า​ คำพูดเขายังจำได้ไม่เคยลืม #กรรมของเด็กจริงๆถ้าหมอคนนั้นใส่ใจและเห็นตั้งแต่ในท้องว่าเป็นหนักขนาดนี้คือไม่ควรปล่อยให้เกิดมาทรมาน​เลย 
 สรุปโรคที่น้องภีมเป็น คือ..โรคความบกพร่องของกระดูกสันหลัง​ตั้งแต่กำเนิด โครงสร้างภายในมันพังไปหมด​ มีถุงน้ำโผล่กลางหลังทำให้ไขสันหลังไม่ปิด ​ถึงต้องรีบผ่าตัดด่วน ไม่อย่างนั้นเด็กอาจเสียชีวิตได้ภายใน3วัน เคทแบบนี้เคยมีมาหลายคน #แต่หมอขอใช้คำว่าเคทนี้เป็นสูงมากกว่าเด็กคนอื่นหลายเท่า เพราะได้รับผลกระทบค่อนข้างจะหนัก ซึ่งไม่มีโอกาสที่จะรักษาให้หายได้เลย #นอกจากพิการไปตลอดชีวิต

ขาดโฟลิก2

➡️ ขาผิดรูป ทั้ง2ข้าง ไม่มีเส้นเอ็น​ จึงไม่สามารถขยับเคลื่อนไหวได้​ อ.หมอบอกว่าเพราะแบบนี้เขาถึงไม่ถีบตอนอยู่ในท้อง #เพราะเขาไม่มีขา 
➡️ เนื้อสมองของน้องผิดรูป​ อยู่ระดับต่ำกว่าของคนปรกติ​ และมีบางส่วนย้อยลงถึงต้นคอ อุดตันขวางทางระบายน้ำ​ จึงทำให้เกิดน้ำคั่งในสมอง​ ถ้าไม่ใส่สายระบายน้ำช่วย เขาก็จะหัวโต​เป็นหัวบาตร [ #ปัจจุบันถือว่าโตอยู่ค่ะ จะ6เดือนแล้วแต่คอยังไม่แข็งเลยเพราะหัวเขาขนาดโตกว่าตัว เพิ่งถูกผ่าตัดเปลี่ยนสายระบายใหม่เมื่อต้นเดือนจ้า]​
➡️ ไตผิดรูป​ และมีไตแค่ข้างเดียว​..คนปรกติจะมีไต2ข้าง​ และมีลักษณะคล้ายเม็ดถั่ว​ แต่ของน้องมีข้างเดียวและลักษณะโค้งเหมือนเกือกม้า​ น้องไม่สามารถฉี่เองได้หมด​ มีค้างในไตจนเกิดภาวะไตบวมน้ำ​ ทุกวันนี้แม่ต้องช่วยสวนฉี่ให้เขาทุก6ชม.​ ถ้าไม่สวนให้เขา คือฉี่ที่ค้างจะท้นขึ้นๆ ไตจะบวมมาก และน้องมีโอกาสที่จะไตวายเสียชีวิตได้ตลอดเวลา
➡️ เรื่องระบบขับถ่าย น้องไม่มีเส้นประสาทควบคุม​ คือจะไม่สามารถอั้นอุจจาระ​ และ​ ปัสสาวะได้ เขาจึงจะถ่ายค่อนข้างบ่อยมาก​ ปวดตอนไหนออกตอนนั้น แม่ก็ต้องขยันเช็ค ขยันเปลี่ยนแพมเพิสให้บ่อยหน่อย ต้องใส่ให้เขาตลอด เพราะแม่ต้องชั่ง​ นน.แพมเพิสที่เขาฉี่เองได้​​ รวมทั้งที่สวนได้ทุกครั้ง จดไว้ให้คุณหมอดูค่ะ
➡️ นอกจากนั้นช่วงล่างเขาไม่มีความรู้สึกต่อการสัมผัสใดๆเลย ต้องคอยระวังเรื่องน้ำร้อนน้ำเย็น การเสียดสีทุกอย่าง ▪️กระดูกเปาะหักง่าย​▪️ต้นขาขวาหัก▪️กระบังลมไม่ปรกติ ทำให้ปอดทำงานไม่สมบูรณ์​ เขาจึงจะค่อนข้างหายใจเร็วและเหนื่อยง่ายกว่าปรกติ​▪️และสะโพกหลุดทั้ง2ข้าง​ เหมือนเงือกน้อย​ เวลาพลิกตัวต้องขยับ2ครั้งทั้งช่วงบนและช่วงล่าง​ ถ้าไม่มีเนื้อหุ้มไว้ตัวน้องคงหมุนได้รอบอ่ะ​ เรื่องสะโพกนี้​ คุณหมอมีแผนที่จะผ่าตัดต้นปีหน้าค่ะ
ส่วนสาเหตุที่เป็น​แบบนี้​ #เพราะว่าร่างกายของแม่ขาดกรดโฟลิก อ.หมอบอกว่าอยากให้แม่แชร์ เพราะเดี๋ยวนี้ทางโรงพยาบาลไม่มีแจกโฟลิคให้ทานแล้ว นอกจากยาบำรุงเลือดที่มีส่วนผสมของโฟลิคให้กินตอนตั้งครรภ์​แค่นั้น เพราะทารกต้องใช้กรดโฟลิกในตัวแม่​ เพื่อสร้างตัวของเขาเองในช่วงเวลา1-2เดือนแรกในครรภ์​ ซึ่งคนเราโดยปรกติทั่วไป​ กว่าจะรู้ตัวว่าท้อง​ ส่วนใหญ่ก็ตอน3เดือนแล้ว​ จะกินกรดโฟลิกตอนนั้นก็คงไม่ทัน​
#อยากฝากถึงแม่ๆทุกคน..เราไม่รู้หรอกค่ะ ว่าร่างกายเรามีความพร้อมแ​ค่ไหน ถ้าเราไม่ได้ปรึกษาหมออยู่แล้วนะ​ เดี๋ยวนี้โรคมีเยอะ เราก็ควรป้องกันไว้ก็ไม่เสียหาย เพราะไม่อยากเห็นใครโชคร้ายแบบน้องภีมอีก✌️..หมอเคยบอกว่า เคทลูกเราเป็นสูง หมอตอบไม่ได้เลยว่าเขาจะมีชีวิตยืนยาวอยู่กับเราได้นานแ​ค่ไหน​ แต่ถ้าเขาไปเร็วเท่าไร​ นั่นมันก็เป็นเรื่องที่เราควรยินดีกับเขา”​ #หัวอกแม่ได้ยินแบบนั้นใจแทบขาด​..ทุกวันนี้เหนื่อย แทบไม่มีเวลาเป็นของตัวเอง แต่ไม่ท้อค่ะ พยายามกระตุ้นพัฒนาการลูก ถึงสมองเขาจะผิดรูปจากคนอื่น แต่ก็ไม่ได้มีน้อยกว่าคนอื่น นี่คือสิ่งที่เราคิดเพื่อให้ตัวเองมีกำลังใจ #และแค่ทุกวันนี้ลูกยิ้มเป็นมันก็ล้ำค่าสุดสำหรับเราแล้ว ❤️ #ขอเป็นกำลังใจให้แม่ที่กำลังแบกรับปัญหาหนักๆทุกคนให้สู้นะคะ มองหน้าลูกเยอะๆ กำลังใจมันจะมาเอง ขอแค่ไม่ท้อ..อะไรมันก็ผ่านได้ทั้งนั้น​ ✌️✌️
(ขอบคุณคนที่ทนอ่านเรื่องน้องจนจบค่ะ.. ยาวไปนิดต้องขอโทษด้วยจ้า พยายามเลทตั้งแต่เริ่ม เผื่อแม่ท้องจะได้สังเกตตัวเอง ถ้าอาการคล้ายกันคือต้องรีบซาวด์เลยนะคะ)”

ขาดโฟลิก3

บางครั้งชีวิตคนเราก็เลือกชะตากรรมไม่ได้ ถึงตอนบทจะโหดร้ายก็ทำใจยากค่ะ แต่อย่างไรแอดมินก็ต้องขอเป็นกำลังใจให้กับคุณพ่อคุณแม่น้องภีมชาว  “HerKid รวมพลคนเห่อลูก”  และขอขอบคุณที่นำเรื่องราวมาเตือนใจพ่อแม่ที่กำลังจะมีลูกทุกคนเลยค่ะ เพื่อให้รู้ว่าสารโฟลิกนั้นมีความสำคัญกับลูกน้อยมากกว่าที่คิด การบำรุงที่มากแล้วอาจไม่มากพอกับความต้องการของลูกก็ได้ค่ะ และการดิ้นของเด็กในท้องก็อาจเป็นสัญญาณบางอย่าง ควรให้มีการซาวด์หากพบว่าลูกไม่ดิ้นนะคะ เรื่องนี้น่าจะสร้างแรงบันดาลใจด้วยสำหรับคุณแม่บางคนที่เริ่มท้อในการเลี้ยงดูลูก ว่าไม่จะหนักหนาแค่ไหน คนเป็นพ่อแม่ต้องผ่านไปได้ค่ะ คราวหน้าคุณแม่รุ่นพี่ท่านไหนจะนำประสบการณ์มาแลกเปลี่ยนกันอีกบ้าง รอติดตามบทความหน้ากับด้วยนะคะ วันนี้สวัสดีค่ะ

ที่มา : HerKid รวมพลคนเห่อลูก (คุณแม่Lookpud Praweena)
เรียบเรียงโดย : HerKidรวมพลคนเห่อลูก
อ่านประสบการณ์​อื่นๆ >>> ประโยคช็อคใจแม่ ก่อนลาลูกไปทำงาน!

Comments