ของเข้าจมูก1

ถ้าบ้านไหนมีลูกชาย หรือลูกสาวแสนซนต้องระวังของชิ้นเล็กๆใกล้ตัวลูกให้ดีนะคะ เพราะอันตรายและมีความเสี่ยงจะเข้าไปอุดหลอดลมและระบบหายใจมากค่ะ เช่นเดียวกับคุณแม่น้องรดาชา “HerKid รวมพลคนเห่อลูก” ที่ลูกต้องเจอกับอาการหายใจครืดคราด หายใจไม่สะดวกจนต้องไปพบคุณหมอ น้องรดาจะผ่านเรื่องราวนี้ไปอย่างไร? และคุณแม่และคุณหมอจะจัดการได้หรือไม่? เรามาติดตามเรื่องนี้ไปพร้อมๆกับแอดมินกันค่ะ!!

คุณแม่น้องรดา “ขอแบ่งปันประสบการณ์ ไม่เคยพิมพ์เรื่องยาวๆ แต่จะพยายามเล่าให้เข้าใจที่สุดนะคะอาการน้องเริ่มแรกคัดจมูก ชอบใช้มือถูจมูกเหมือนคัน ตกกลางคืนหายใจครืดคราดเหมือนคนหายใจไม่ออก ตอนน้องหลับสนิทแม่เลยใช้ไฟส่องดูมีขี้มูกปิดรูจมูกข้างขวา อีกข้างนึงปกติ นึกในใจตอนเช้าค่อยเอาออกให้ลูกเช้าวันถัดมา แม่ขอดูจมูกน้อง น้องก็ให้ความร่วมมือยอมให้ดู แต่รอบนี้เห็นมีขี้มูกปนอะไรแดงๆส้มๆ ตอนแรกคิดว่าจมูกอักเสบแล้วเป็นหนอง เลยคิดใช้วิธีล้างจมูก ถ้าไม่ดีขึ้นค่อยไปหาหมอ หลังฉีดจมูกน้องก็นอนหลับปกติไม่ครืดคราดจนเมื่อคืนศุกร์ที่ผ่านมา น้องหายใจครืดคราดอีกแต่แม่ไมไม่ได้ส่องไฟดูจมูกให้น้องคิดว่าอากาศเปลี่ยนอาจจะเป็นหวัด พอวันเสาร์ตอนพ่อน้องเลิกงานมาเลยช่วยกันจับฉีดจมูกอีก รอบนี้ฉีดเสร็จเลยขอดูจมูกลูก ครั้งก่อนๆ เค้าไม่ยอมให้ดูร้องอย่างเดียว ครั้งนี้แม่ต้องบังคับ เลยเห็นชัดว่าไม่ใช่อาการอักเสบอย่างที่คิดตอนแรก แต่เป็นลูกเต๋าลูกเล็ก ที่มาจากปอกดินสอที่เปลี่ยนไส้ได้ เลยคุยกับพ่อน้องว่าพรุ่งนี้จะลองฉีดน้ำเกลือดูอีกที ถ้าไม่ออกจะพาน้องไปหาหมอ เช้าวันอาทิตย์ ลองฉีดน้ำเกลือ3 รอบก็ไม่ออก เลยพาน้องไปอนามัยใกล้บ้าน เค้าบอกไม่มีเครื่องมือ ต้องไป รพ ประจำอำเภอ พอไปถึง จนท ส่องดู แล้วบอกให้พาน้องไปนอนที่เตียงแล้วพ่อแม่ไปรอข้างนอก ตอนอยู่ข้างนอกได้ยินแต่เสียงลูกร้องออกมาจากห้องฉุกเฉิน ใจแม่นี่หวิวมือไม่ไม่มีแรง ถือรองเท้าลูกอยู่ต้องส่งไปให้พ่อน้องถือ สัก 5-10 นาที เสียงก็เงียบ พ่อกับแม่ก็เข้าไปดูคุณพยาบาลเค้าก็ยื่นอันนี้ให้ดูน้องอายุ 2 ขวบ 8 เดือนแม่พาน้องไปเอาออกมาวันนี้ 3 พย 62″

ของเข้าจมูก2

ของเข้าจมูก3

โดยแพทย์หญิงจิราวดี จัตุทะศรี ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ ให้ความเห็นว่า “การปัดของเข้าจมูกมักเกิดในเด็กเล็กๆ ที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ หยิบสิ่งของใกล้ตัวชิ้นเล็กๆ ยัดเข้าจมูก เช่น ลูกปัด เมล็ดถั่ว ยางลบ เป็นต้น แต่เหตุการณ์สิ่งแปลกปลอมเข้าจมูกบางครั้งก็อาจเกิดกับผู้ใหญ่ได้เช่นกัน เช่น สำลักน้ำแล้วเศษดินเศษทรายเข้าจมูก ฯลฯ
เด็กบางคนแอบยัดสิ่งแปลกปลอมเข้าจมูกแล้วเอาออกเองไม่ได้ ก็ปล่อยให้ค้างไว้ในจมูกเนื่องจากไม่กล้าบอกผู้ปกครองเพราะกลัวความผิด กลัวถูกดุ แต่เด็กบางคนเกิดความเจ็บขึ้นในจมูกข้างนั้นๆจึงจำต้องบอกให้ผู้ปกครองช่วยเหลือ เพราะฉะนั้นผู้ปกครอง และบุคคลใกล้ชิดต้องคอยสังเกตอาการผิดปกติของเด็กที่อาจเกิดขึ้นได้ เช่นมีน้ำมูกไหลออกจากจมูกข้างเดียว เป็นๆหายๆ และน้ำมูกนั้นมักจะมีกลิ่นเป็นหวัดเรื้อรัง หรือมีเสมหะไหลลงคอ และไอบ่อยๆ ปวดจมูกข้างเดียวเป็นๆ หายๆ อ้าปาก หายใจทางปากเหมือนคัดจมูกตลอดเวลาการปฐมพยาบาลขั้นต้น เมื่อเห็นสิ่งแปลกปลอมอยู่ในจมูกผู้ป่วยต้องไม่พยายามที่จะคีบ หรือดึงออกด้วยตนเองควรรีบมาพบแพทย์เพราะสิ่งแปลกปลอมอาจหลุดเข้าไปลึกมากขึ้นและอาจตกจากโพรงจมูกเข้าไปในหลอดลมได้ซึ่งก่อให้เกิดอันตรายทำให้หายใจไม่ออกและเสียชีวิตในที่สุดได้ 

เมื่อผู้ป่วยมาพบแพทย์ แพทย์จะใช้อุปกรณ์ในการคีบสิ่งแปลกปลอมออกมาจากจมูกโดยการคีบนี้จะทำที่ห้องตรวจผู้ป่วยนอก แต่หากผู้ป่วยไม่ให้ความร่วมมือเช่น ดิ้นไปมาอย่างแรงก็จำเป็นต้องดมยาสลบเนื่องจากถ้าผู้ป่วยขยับตัวอย่างแรงในขณะที่แพทย์ทำการคีบสิ่งแปลกปลอมนั้นอาจทำให้สิ่งแปลกปลอมพลัดหลุดไปทางด้านหลังของโพรงจมูกและตกไปในทางเดินหายใจได้ แต่ถ้าโชคดีสิ่งแปลกปลอมนั้นไม่ตกลงไปในหลอดลมก็อาจถูกกลืนลงไปในหลอดอาหารได้เช่นกันสิ่งแปลกปลอมที่ค้างอยู่ในโพรงจมูกนานๆ จะทำให้เกิดมีน้ำมูก คัดจมูกและอักเสบขึ้นในโพรงจมูกได้ ถ้าการอักเสบลุกลามมากขึ้นก็อาจมีน้ำมูกปนเลือดออกมาได้”

ของเข้าจมูก4

เชื่อว่าเรื่องแบบนี้คงไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น แนะนำว่าให้นำของเล็กๆหรือถ้าหันไปเจอลูกกำลังเอาอะไรเข้าปากหรือสูดดมใกล้จมูก ให้รีบยึดของจากมือลูกทันที และถ้าพบว่าลูกเป็นหวัดเรื้อรังควรรีบพาไปพบคุณหมอนะคะ เพราะอาจเป็นสัญญาณว่าลูกมีสิ่งแปลกปลอมเข้าจมูกก็ได้ค่ะ และลดโอกาสเสี่ยงที่สิ่งแปลกปลอมจะเข้าไปติดในหลอดลมซึ่งอันตรายกว่าเดิมค่ะ อย่างไรต้องขอขอบคุณคุณแม่น้องรดา และ แพทย์หญิงจิราวดี จัตุทะศรี มากนะคะ ที่นำเรื่องราวมาแบ่งปันกันในวันนี้ เป็นประโยชน์สำหรับคุณแม่และลูกน้อยชาว “HerKid รวมพลคนเห่อลูก” มากนะคะ แล้วพบกันใหม่กับสาระดีๆที่เราจะนำมาฝากกันอีกในคราวหน้านะคะ วันนี้ลาไปก่อนสวัสดีค่า

ที่มา : HerKid รวมพลคนเห่อลูก (คุณแม่Vivy Chananchida และแพทย์หญิงจิราวดี จัตุทะศรี)
เรียบเรียงโดย : HerKidรวมพลคนเห่อลูก
อ่านประสบการณ์​อื่นๆ >>> เทคนิคดูแลแผล ของคุณแม่หลังผ่าตัดคลอดให้หายเร็ว

 

 

Comments