อุ้ม

กลายเป็นดราม่าเป็นที่เรียบร้อยสำหรับกรณีคุณอุ้มลักขณามางานแต่งคุณใบเตย โดยพาลูกน้อยอย่างน้องการ์ตูนและน้องดิสนีย์มาด้วย แต่เมื่อจบงานคุณอุ้มได้โพสต์เกี่ยวกับความเห็นตนเองเกี่ยวกับน้องดิสนีย์ลูกคนเล็กไว้จนเกิดประเด็นร้อนขึ้นมา? จนคนเริ่มพูดถึงเรื่องนี้ว่าเหมาะสมหรือไม่? วันนี้แอดมินจะขอนำประสบการณ์มาเล่าสู่กันฟังให้คุณพ่อคุณแม่ชาว “HerKid รวมพลคนเห่อลูก” ในมุมมองของคุณแม่ คำเตือนจากคุณหมอ และเรื่องจากคุณอุ้มจะเป็นอย่างไร? ตามแอดมินมาดูกันค่ะ

คุณอุ้มลักขณา “ด้วยความน่ารัก หนูโดนหอมโดนจับมือจับแก้มตลอดเวลา แม่ขอเถอะนะคะ มือเราบางทีไปจับอะไรมาละไม่ได้ล้างมือแล้วมาจับมือน้องมาหอมแก้มน้องมันมีแต่เชื้อโรคไง เด็กยังไม่มีภูมิคุ้มกันแล้วน้องก็เป็นผื่นคันทั้งหน้า ดีไม่ดี น้องอาจติดเชื้อในกระแสเลือดได้เลย เดี๋ยวนี้โรคระบาดมันเยอะ อย่าหาว่าแม่กระแดะหวงลูกมากไปนะคะ คนมีลูกถึงจะเข้าใจเวลาที่เค้าเจ็บป่วย

คนบางคนไม่เข้าใจมาจับมือน้องอยู่นั่นแม่เอาออกก็ดึงไปจับอีก จะให้พูดตรงๆ เดี๋ยวก็หาว่าไม่ดี คนเค้ารักเค้าเอ็นดูลูกเรา เวลาลูกเราป่วยมาเอ็นดูกับเรามั้ยล่ะ บางคนถามขอจับหน่อยนะคะ แม่ยันไม่ทันตอบมือมาถึงแล้วจ้า ที่พูดนี่รวมถึงเด็กๆ ทุกคนด้วย เราเอ็นดูเค้าได้แต่อย่าไปจับลูกเค้าเลย แม่ๆ ด้วยกันคงเข้าใจที่สุด เฮ้อออออ ข่าวก็ออกเยอะแยะเรื่องเชื้อโรคที่มาจากผู้ใหญ่จับหอมเด็กเนี่ย อ่านบ้างงงง”

67592546_2383478458383915_5914981320273952768_n

เรื่องนี้ก็มีคุณหมอท่านหนึ่งได้ออกมาให้ความเห็นว่า “ผู้ใหญ่คือตัวนำพาเชื้อโรคชั้นดีมาให้เด็กอยู่เสมอมา เพราะผู้ใหญ่ภูมิคุ้มกันดีกว่า สัมผัสเชื้ออาจไม่มีอาการ แต่พอส่งต่อมาให้เด็กสัมผัสเชื้อ บางทีเรื่องใหญ่ครับไม่งั้นเราคงไม่เห็นเด็กเล็กจิ๋วที่ไม่เคยออกจากบ้านไปไหนติดเชื้อ RSV คาบ้านหรอกครับ เชื้อเหล่านี้มันไม่เก่งขนาดแทรกซี่กรงหน้าต่างมาหาเด็กได้เองหรอก มันต้องมีคนพาเชื้อมาให้เด็ก จริงอยู่ที่ว่าเชื้อไวรัสส่วนใหญ่สามารถลอยอยู่ได้ในอากาศ แต่มันก็ต้องออกมาจากสารคัดหลั่งที่ไอจามมาให้เด็กสัมผัส และ #มันก็มีรัศมีของมันครับ ไม่กี่เมตรหรอกจ๊ะ ไม่ใช่ไอที่ระยอง แล้วจะกระจายไปติดคนถึงตราดในทีเดียว จริงไหมครับ มันต้องมีคนพาเชื้อมาให้เด็กครับ  ฟังตรงนี้ดี ๆ ครับ เราพาลูกเราออกจากบ้าน เรารับรู้ #ความเสี่ยงที่ลูกต้องสัมผัสคนป่วยหรือเชื้อโรค อยู่แล้ว นั่นคือสิ่งที่พ่อแม่อย่าง #เรายอมรับความเสี่ยงนั้น ชั่งน้ำหนักข้อดีข้อเสียดีแล้ว จึงพาลูกออกจากบ้าน เพื่อให้เขาเจอที่ใหม่ ๆ คนใหม่ ๆ กิจกรรมใหม่ ๆ เพื่อพัฒนาการที่ดีของลูกเรา แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะยอมรับความเสี่ยงจาก มือ ปาก น้ำลาย ของคนทั่วไปใครก็ไม่รู้ที่พอเห็นลูกเราน่ารักก็พุ่งตัวเข้ามาจับ กอด หอมกันอย่างตามอัธยาศัย #มากไปมั้ง เอาไว้ทำกับญาติตัวเองก็แล้วกันเนอะ เวลาป่วยก็ไปช่วยเขาดูแลด้วยนะจ๊ะ แฟร์ ๆย้ำว่า มีเด็กป่วย และตายจากการกอดหอมมาไม่น้อยแล้ว โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ไข้หวัดใหญ่ยับระบาด RSV ยังมาเรื่อย ๆ มือเท้าปากเพิ่งเริ่มซาลงไป ไม่ใช่ญาติ อย่าไปกอดหอมลูกใครดีที่สุดนะจ๊ะ แม้จะเป็นญาติก็ควรล้างมือก่อนสัมผัสเด็กอยู่ดี เพราะนั่นคือความปลอดภัยที่เราหยิบยื่นให้เด็กได้ครับเรื่องง่าย ๆ ที่ถึงไม่ได้เป็นพ่อแม่ก็ควรเข้าใจ”

106426-07

นอกจากนี้ยังมีผู้ใช้เฟสบุ๊คBoonyanuch D’Antoine ได้ให้ความเห็นเพิ่มเติมอีกมุมว่า “การกอด หอม จับตัวเด็กคนอื่นที่ไม่ใช่ลูกเรา ถือว่าเป็นการคุกคามเด็กในกฎหมายของหลายประเทศทางตะวันตกด้วยค่ะ (ของรัฐที่เราอยู่ ถือเป็น sexual assault หมดค่ะ ถ้ามาทำโดยพ่อแม่ยังไม่อนุญาต หรือหากเด็กโตแล้วแต่เด็กไม่อยากให้หอมแล้วดึงมาหอมก็ถือเป็น sexual assault ค่ะ) อยากให้ประเทศไทยออกกฎหมายแบบนี้บ้าง ไม่ใช่จากเรื่องดราม่าอะไรนะคะ แต่มันคือการเคารพสิทธิของแม่ ของครอบครัวเด็ก และของเด็กค่ะ”

เรื่องนี้ถ้ามองผ่านมุมมองของคนเป็นแม่ และลูกเคยเป็นโรค RSV มาบ้างแล้ว ก็คงทราบถึงความเสี่ยงในการให้ลูกสัมผัสการหอมแก้ม กอด และการโดนตัวเด็กจากบุคคลภายนอกค่ะ แต่ทั้งนี้ตัวคุณแม่เองก็อาจหลีกเลี่ยงด้วยการงดพาลูกไปข้างนอกในระหว่างที่ป่วย หรือมีภูมิคุ้มกันต่ำก็สามารถช่วยได้อีกทาง ถ้าเป็นไปได้ก็น่าจะถือเอาเรื่องนี้มาเป็นประเด็นในการร่วมมือร่วมใจกันลดความเสี่ยงให้กับเด็ก มากกว่าสร้างเป็นประเด็นเกรี้ยวกราดในสื่อโซเชียลนะคะ หวังว่าเรื่องนี้จะสร้างอุทาหรณ์สำหรับคุณแม่หลายท่านชาว “HerKid รวมพลคนเห่อลูก” ได้ไม่มากก็น้อยค่ะ แล้วพบกันใหม่กับประสบการณ์การเลี้ยงลูกสำหรับคุณแม่ยุคใหม่ที่จะนำมาฝากในคราวหน้า วันนี้สวัสดีค่า

เครดิต : HerKid รวมพลคนเห่อลูก (คุณหมอวิน)(คุณแม่Aum Lukkana)
อ่านเมนูอาหารอื่นๆ >>> กล่อมลูกหลับด้วยนิทาน เสริมพัฒนาการลูกได้มากกว่าที่คิด

Comments