aid22075-v4-728px-Build-Self-Confidence-Step-3-Version-3

เด็กที่เติบโตมาพร้อมกับความกดดัน หรือพ่อแม่เข้มงวดเกินไปอาจสร้างความเครียดให้กับลูกไม่รู้ตัวนะคะ ทำให้เด็กไม่กล้าแสดงออกและแสดงความคิดเห็น วันนี้เราจึงมีเทคนิคเพิ่มความมั่นใจให้ลูกน้อยผ่านการเลี้ยงดูมาฝากคุณพ่อคุณแม่ชาว “HerKid รวมพลคนเห่อลูก”  กันนะคะ

charlotte tiller dad photo

  1. ลองหากิจกรรมใหม่ๆ ให้ลูกได้ลองทำ การได้เปิดโอกาสสร้างทางเลือกให้ลูกได้ลองทำในสิ่งที่ไม่เคยทำ จะทำให้เขากล้าที่จะเผชิญหน้าต่อสิ่งต่างๆ ต้องพาเด็กๆไปสู่จุดที่เลยคำว่า “ไม่กล้า” และพ่อแม่ต้องพูดให้กำลังใจเขาแม้ว่าการลองทำของพวกเขา ครั้งแรกจะแย่และไม่ดีเท่าไหร่ เพื่อให้เด็กๆรู้สึกมั่นใจและสนุกที่จะได้ลองทำสิ่งใหม่ๆด้วย
  2. เป็นเพื่อนสนิทของลูกเวลาเล่น การชวนลูกทำสิ่งต่างๆ อาจเริ่มต้นด้วยการทำเป็นเพื่อน ให้ลูกรู้สึกสนุกและผ่อนคลายว่าพ่อแม่อยากมีกิจกรรมร่วมกับพวกเขา และสร้างตัวตนให้ลูกได้แสดงออก และพ่อแม่มีท่าทียอมรับพวกเขา อาจยอมเป็นผู้ช่วยให้ลูก และให้ลูกเป็นผู้นำในการทำกิจกรรม ให้ลูกได้มีโอกาสตัดสินใจละลุ้นกับผลลัพธ์ตรงหน้า
  3. ยอมรับถ้าลูกไม่ชอบในสิ่งที่เราอยากให้ทำ การบังคับลูกให้ทำบางอย่าง หรือกิจกรรมที่เราชอบไม่ใช่เรื่องดี เพราะลูกอาจขาดความมั่นใจในการตัดสินใจ ถ้าคุณต้องการเปลี่ยนใจลูกต้องใช้วิธีโน้มน้าวไม่ใช่การบังคับนะคะ และถ้าลูกยืนยันว่าไม่ทั้งที่เราพยายามโน้มน้าวแล้ว ก็ต้องยอมรับในการตัดสินใจของลูก และยอมรับว่าคนเราแตกต่างกันในเรื่องความชอบด้วยค่ะ
  4. ให้เวลากับลูกในการทำสิ่งต่างๆ คนเป็นแม่มักมีนิสัยชอบสั่งการและคิดว่าที่เราเลือกให้ลูกคือสิ่งที่ดีที่สุดเสมอ ซึ่งความจริงก็คือใช้ไม่ได้กับทุกเรื่องนะคะ โดยเฉพาะเรื่องของเวลา ลูกก็เป็นสิ่งมีชีวิตมีหัวใจและต้องการพื้นที่ส่วนตัว การให้เกียรติลูกในการเลือกเวลาที่จะต้องทำกิจวัตรประจำวันของเขาก็สำคัญค่ะ ดังนั้นถ้าเราอยากให้ลูกทำอะไรก็นัดเวลากับลูก ให้ลูกเลือกเวลาที่เขาต้องการ แต่ย้ำกับเขาว่าเมื่อเขานัดอะไรกับใคร ก็ต้องทำตามนัด แบบนี้ก็จะรักษาความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน และสร้างนิสัยที่ดีกับความมั่นใจไปพร้อมๆกันได้ค่ะ
  5. เพิ่มคำพูดแง่บวก ในการทำสิ่งต่างๆ คำพูดเป็นได้ทั้งคุณและโทษ ดังนั้นเรามาเลือกด้านที่เป็นคุณให้ลูกดีกว่าไหมคะ? การเผชิญหน้ากับความล้มเหลวก็เจ็บปวดพออยู่แล้ว เราเป็นพ่อแม่คือคนข้างๆลูก ดังนั้นต้องหัดพูดบวกให้ได้ค่ะ เช่น สั่งห้ามทำน้ำหกนะ ก็เปลี่ยนมาเป็นจับแก้วแน่นๆนะลูกแก้วแตกหนูจะเจ็บเอานะ ความหมายคือไม่อยากให้น้ำหกเหมือนกัน แต่ประโยคหลังคือการแสดงความห่วงใย และลูกก็อยากทำให้มากกว่าถูกสั่ง จริงไหมละคะ?
  6. ห้ามเปรียบเทียบลูกกับคนอื่น แม้ว่าเด็กบ้านอื่น หรือพี่สาวพี่ชายในครอบครัวของลูกจะดีกว่าขนาดไหน? แต่เราต้องเชื่อมั่นว่าเด็กแต่ละคนมีดีเป็นของตัวเองเสมอ ดังนั้นก็ต้องระวังคำพูดเชิงเปรียบเทียบที่อาจออกจากปากเราด้วยอารมณ์แค่ไม่กี่นาที อาจทำร้ายหัวใจลูกและสร้างปมด้อยไปทั้งชีวิตค่ะ

008d598e-d91b-11e9-80eb-3aa57b6d2433_image_hires_053640

คนเป็นพ่อแม่ไม่สามารถลิขิตหัวใจและนิสัย บุคลิกของลูกได้ ให้ได้เพียงร่างกายจริงๆค่ะ แต่ที่พอจะทำได้คือปลูกฝังความเชื่อมั่นให้กับลูก ให้ลูกเชื่อในตัวเอง เชื่อในการกระทำสิ่งดีๆ เริ่มต้นได้ตั้งแต่วันนี้เลยนะคะ เป็นกำลังให้คุณพ่อคุณแม่ชาว “HerKid รวมพลคนเห่อลูก” ลองนำเทคนิคไปปรับใช้ เพื่อพัฒนาศักยภาพของลูกน้อยในบ้านแต่ละคนค่ะ แล้วพบกันใหม่กับสาระดีๆและความบันเทิงที่จะนำมาฝากคราวหน้า วันนี้ลาไปก่อนนะคะ

เครดิตข้อมูล : HerKidรวมพลคนเห่อลูก
อ่านประสบการณ์​อื่นๆ >>> นอนกรนในเด็ก อันตรายอย่างไร?

Comments