รูปภาพ1

พัฒนาการของลูกคือสิ่งที่พ่อแม่ควรใส่ใจให้มาก วันนี้แอดมินจึงมีประสบการณ์ของคุณแม่น้องปรายฝน คุณแม่ HerKid ของเรามาแชร์ประสบการณ์ควรพาลูกไปตรวจเช็คพัฒนาการตามวัยทุกครั้ง มาฝากแม่ๆชาว HerKid รวมพลคนเห่อลูก ทุกคนค่ะ

คุณแม่น้องปรายฝนได้กล่าวว่า “บันทึกนี้ส่วนหนึ่งเพื่อประโยชน์ต่อการเลี้ยงลูกของหลายๆครอบครัว วันนี้แม่แอร์พาปรายฝนไปพบหมอ เนื่องจากแม่แอร์สังเกตว่าปรายฝนพูดช้ากว่าปกติ ซึ่งตอนนี้ปรายฝนอายุ 1.7 ขวบ แต่ยังไม่เรียกพ่อ แม่ ตา ยายหรือคำที่มีความหมายเพียง 1-2 พยางค์ แต่พูดแบบภาษาต่างดาว (ภาษาที่เป็นคำเป็นประโยคแต่ไม่มีความหมาย) ซึ่งไม่เป็นไปตามพัฒนาการ

หลายคนบอกว่า “เดี๋ยวก็พูด”บ้าง “แบบนี้เค้าเรียกว่าเด็กปากหนัก”บ้าง นานาความคิดเห็น แต่ก็ทำให้คนเป็นแม่ใจชื้นขึ้นมาบ้าง แต่….ถ้ายิ่งรอต่อไป อาจช้าเกินแก้ไข จึงตัดสินใจ เข้าพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางพัฒนาการเด็ก ผลการตรวจเชคพัฒนาการ คือ “พัฒนาการทางการใช้ภาษาช้ากว่าปกติ” ทำให้พูดช้า นั่นไง…สิ่งที่แม่แอร์คิดไม่ผิดจริงๆ

สาเหตุของการพูดช้า ส่วนหนึ่งมาจาก
1. การดูโทรทัศน์ ดูการ์ตูน
ซึ่งแพทย์ผู้เชี่ยวชาญฯได้มุ่งประเด็นนี้เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ปรายฝนพูดภาษาต่างดาว เพราะปรายฝนไม่เคยดู vdo youtube จากโทรศัพท์มือถือ แต่มีดูการ์ตูนจากโทรทัศน์ 3-4 ชม./วัน (รวม2-3ครั้งในการดู/วัน)ซึ่งดูตั้งแต่ 1.3-1.4 ขวบโดยประมาณ
2. ไม่ค่อยพูดคุยกับเด็ก
การพูดคุยกับเด็กในที่นี้ ไม่เหมือนกับพูดคุยปกติทั่วไปแบบผู้ใหญ่คุยกันนะคะ แต่เป็นการพูดคุยที่ใส่คำศัพท์ลงไปในชีวิตประจำวัน เช่น สมมติเด็กสนใจแก้วน้ำใบนี้ ผญ.ก็ควรจะหยิบแก้วน้ำ แล้วพูดกับเด็กว่า เอาแก้วน้ำ เอาแก่วน้ำใช่มั้ย เน้นคำศัพท์ “แก้วน้ำ” เพราะนี่คือสิ่งที่เด็กกำลังสนใจอยู่ เราต้องป้อนคำให้กับเค้าตอนเค้ากำลังสนใจแล้วเค้าจะจำได้ดี แต่ความจริงแล้ว คือ เด็กสนใจแก้วน้ำ ผญ.ก็หยิบให้เลย โดยไม่พูด หรือพูดแต่ไม่พูดคำศัพท์ เป็นต้น การพูดคุยที่ได้ผลดี คือตอนที่เด็กกำลังสนใจสิ่งๆนั้น แล้วใส่คำลงไป เด็กจะจำได้ดี #ผู้แพทย์เชี่ยวชาญกล่าวไว้

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญบอกว่า ปรายฝนฝึกได้ไม่ยาก เพราะปรายเป็นเด็กที่มีสมาธิ และมีพัฒนาการด้านอื่นๆตามวันทุกอย่าง แต่ต้องห้ามปฏิบัติ ในข้อ 1 และเน้นปฏิบัติในข้อ 2 เป็นประจำ

นี่อาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้แม่แอร์จะไม่เล่นโทรศัพท์เวลาที่อยู่กับลูก ต้องพูดคุยกับเค้ามากขึ้น ให้เวลากับเค้ามากขึ้น และแม่เชื่อในความเป็นแม่ว่า ไม่นานปรายฝนจะต้องเรียกแม่และเรียกทุกคนในบ้านได้ และมีพัฒนาการทางการพูดปกติตามวัยเหมือนเดิม

ฝากถึงทุกครอบครัวที่มีบุตรหลานวัยกำลังจดจำ หน้าจอสี่เหลี่ยมมีผลกับบุตรหลานของท่านมากๆ พูดคุยกับเค้า ให้เวลากับเค้า สังเกตพัฒนาการในทุกช่วงวัยด้วยคะ เด็กพูดช้า เด็กติดการ์ตูน เด็กติดโทรทัศน์ พัฒนาการทางการใช้ภาษาช้ากว่าปกติ แนะนำอีกอย่างถ้าเป็นไปได้ควรพาบุตรหลานไปฉีดวัคซีนตามโรงพยาบาลที่มีการตรวจพัฒนาการทุกช่วงวัยจะดีมาก ปรายฝนฉีดวัคซีนคลินิคตลอดจึงพลาดการรับการตรวจพัฒนาการ ปรายฝน1ขวบ7เดือน

พัฒนาการเด็ก 2 ขวบ เด็กวัยนี้ควรเรียนรู้อะไรบ้างถึงจะเหมาะสมกับช่วงวัย (Kapook)

1.ด้านร่างกาย

เด็กวัยนี้จะเริ่มฝึกทักษะทางกายภาพแบบจริงจังขึ้น โดยพวกเขาควรจะเริ่มฝึกวิ่ง ขึ้นและลงบันไดได้เอง เตะหรือโยนและรับลูกฟุตบอล และเดินแบบเขย่งเท้าได้ หรืออาจจะฝึกปีนป่าย แต่ต้องอยู่ภายใต้ความดูแลของคุณแม่และต้องมั่นใจว่าตรงจุดที่ลูกปีนจะปลอดภัย ช่วงนี้เขาจะพยายามเรียนรู้ที่จะทำอะไรมากขึ้น ซึ่งอาจทำให้คุณแม่มีความกังวล แต่อย่าไปหยุดการเรียนรู้ของเขาเลยนะคะ แค่พยายามเฝ้าดูอย่าให้เกิดอุบัติเหตุเท่านั้นก็พอแล้วค่ะ

2.ด้านสังคม

ช่วงอายุ 2 ขวบนี่แหละคือวัยที่เพิ่งเริ่มต้นรู้จักสังคมเลยค่ะ พวกเขาอาจจะสนใจในสิ่งที่เด็กคนอื่น ๆ ทำ หรืออาจจะรู้สึกตื่นเต้นมากที่ได้อยู่รายล้อมกับเด็กคนอื่น ฉะนั้นคุณแม่ควรพาเขาออกไปเจอเด็กคนอื่น ๆ นอกบ้าน แต่อย่าเพิ่งคาดหวังว่าคุณลูกต้องไปเล่นกับเพื่อน ๆ ให้ได้ในวัยนี้นะคะ ควรปล่อยให้เขาเรียนรู้และทำตามใจตัวเอง อย่าเพิ่งไปบังคับเขาจนเกินไป แต่ถ้าเขาเล่นซนวุ่นวายจนเกินไป ก็ต้องรีบสอนว่าแบบไหนควรทำแบบไหนไม่ควรทำ

3.ด้านการสื่อสาร

เมื่อลูกรักเข้าสู่วัย 2 ขวบแล้ว ควรฝึกให้เขาพูดได้อย่างน้อย 50 คำโดยประมาณ หรือฝึกให้เขาพูดสัก 2-3 คำแต่เป็นประโยค วิธีนี้จะทำให้เขาพูดได้เก่งและไม่ต้องฝึกมากเมื่อเข้าวัย 3 ขวบเลยค่ะ และไม่ควรพูดคำที่ไม่ดีออกมานะคะ เพราะเด็กวัยนี้กำลังชอบเลียนแบบคำพูดเลยล่ะ

4.ด้านกระบวนการคิด

เด็กวัยนี้จะเริ่มรู้จักอารมณ์โกรธ โมโห และแสดงพฤติกรรมก้าวร้าวออกมา โดยอาจเกิดขึ้นจากความไม่พอใจ ความผิดหวัง หรืออาจเกิดจากการง่วงนอน เบื่อ หรือเหงา แต่ไม่สามารถบอกออกมาเป็นคำพูดให้เข้าใจได้ ฉะนั้นคุณแม่ควรให้เวลาเขาได้ฝึกให้เขารู้จักรอในสิ่งที่ต้องการ โดยไม่ออกอาการโมโหเกรี้ยวกราดก่อน พอเขาเริ่มรู้และทำตามแล้วจึงค่อยพาออกไปในที่สาธารณะได้ นอกจากนี้แล้วคุณแม่ควรสอนให้ทำตามคำสั่งง่าย ๆ เบื้องต้นให้เขาด้วย เช่น การวางรองเท้าให้เข้าที่ หรือหยิบของตามสีต่าง ๆ ที่คุณแม่สอน เป็นต้น

หากเริ่มสงสัยในพัฒนาการของลูกควรพาไปพบแพทย์เพื่อขอคำปรึกษา ขอขอบคุณคุณแม่น้องปรายฝน ที่ได้นำประสบการณ์ที่มีประโยชน์มาเล่าสู่กันฟังนะคะ สำหรับวันนี้แอดมินขอลาไปก่อน แล้วพบกันใหม่กับคลับ HerKid รวมพลคนเห่อลูก ผู้นำด้านการแชร์ประสบการณ์เด็ดๆแม่และเด็กได้ทุกวัน คลับ HerKid เว็บนี้มีทั้งสาระและความบันเทิงนะคะ

ประสบการณ์จริงจาก : HerKid รวมพลคนเห่อลูก (คุณแม่น้องปรายฝน)

อ่านประสบการณ์จริงอื่นๆ >>> เตือนพ่อแม่!!! อย่าชะล่าใจคิดว่าลูกเป็นแค่ผดร้อนธรรมดา

Comments