139ed0dcd06c40168156ece1a6c18ea6

เชื่อว่าคุณพ่อคุณแม่มือใหม่ชาว “HerKid รวมพลคนเห่อลูก” คงเริ่มสงสัยกันว่า เด็กในช่วงวัยแรกเกิดจนถึง 1 เดือน นอกจากดื่มนมแม่และนอนเป็นหลักแล้ว ยังมีพัฒนาการด้านอื่นอีกหรือไม่? เพราะพ่อแม่มือใหม่อาจจะยังไม่คุ้นเคยกับลูก ดังนั้นการเปลี่ยนแปลงของลูกในช่วงวัยนี้ ถือเป็นจุดเริ่มต้นการสานสัมพันธ์ระหว่างพ่อแม่มือใหม่และลูกน้อยด้วย การเรียนรู้พัฒนาการของลูกในช่วงนี้จึงสำคัญมาก อะไรบ้างที่ควรรู้มาดูกันค่ะ

  1. พัฒนาการด้านการเจริญเติบโตทางร่างกายเด็กวัย1เดือน

โดยสถิติแล้วทารกชายวัย 1 เดือนส่วนใหญ่จะน้ำหนักประมาณ 3.5-5 กิโลกรัม และส่วนสูงที่ 50-57 เซนติเมตร ส่วนทารกหญิงวัย 1 เดือนจะหนักอยู่ราวๆ 3-4.5 กิโลกรัม และสูงอยู่ที่ 49-57 เซนติเมตร ในขณะที่น้ำหนักแรกเกิดของทารกชายจะอยู่ที่ 2.8-3.9 ส่วนทารกหญิงแรกเกิดจะอยู่ที่ 2.7-3.7 เท่านั้น หากน้อยหรือมากกว่านี้อาจมีสภาวะร่างกายผิดปกติ แนะนำให้พบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อปรึกษาเพิ่มเติม

2704351472b7657105d78971e1d6ae3f

  1. พัฒนาการด้านการเคลื่อนไหวร่างกายของเด็กวัย 1 เดือน

ปกติแล้วเด็กในวัยนี้จะมีการเคลื่อนไหวได้เล็กน้อย  เช่น ขยับมือและแขน ขาทั้งสองได้ สามารถดูดปากตัวเองได้และห่อปากทำเสียงดังเหมือนดูดนมแม่ตลอดเวลา  ทำหน้าเหยเกในบางครั้ง  เป็นต้น แต่ยังคงไม่สามารถตั้งตัวและลำคอให้ตรงได้ หากต้องการให้เด็กวัยนี้ได้รับการกระตุ้นให้มีพัฒนาการที่เร็วขึ้น พ่อแม่มือใหม่ควรจะโอบกอด สัมผัสเบาๆ และอุ้มแนบอก หอม หรือแสดงความรักกับพวกเขาบ่อยๆ  สัมผัสเหล่านี้จะนำมาซึ่งความรักและความเชื่อมั่นไว้ใจของลูก นอกจากนี้การคอยยิ้มสบตาและพูดคุย รวมถึงการร้องเพลงกล่อมลูก ล้วนเป็นวิธีการที่จะช่วยกระตุ้นให้ลูกตอบสนองได้มากขึ้น หากต้องการออกกำลังกายลูกเพื่อให้เคลื่อนไหวได้ดีขึ้นสามารถทำได้ ด้วยการให้ลูกนอนหงาย จับขาขึ้นลง แล้วงอเหยียด สลับไปมาเบาๆ  เท่านี้ลูกน้อยของพ่อแม่มือใหม่อย่างเราก็จะมีพัฒนาการในการเคลื่อนไหวร่างกายดีขึ้นแล้วละค่ะ

  1. พัฒนาการด้านการมองเห็นของลูกน้อยวัย 1 เดือน

บางครั้งพ่อแม่อย่างเราก็เผลอมองลูกและอดคิดไม่ได้ว่า ลูกมีการมองเห็นเราได้มากน้อยแค่ไหน แท้จริงแล้วเด็กวัยนี้สามารถมองเห็นวัตถุได้ในระยะแค่ 8-10 นิ้วเท่านั้น หากเรายื่นหน้าไปใกล้ๆลูก ก็จะพบว่าเด็กๆสามารถมองตามใบหน้าพ่อแม่ได้ในระยะจากใบหน้าจนถึงกลางลำตัว หรือลูกอาจชำเลืองไปดูสภาวะรอบๆตัวเองได้ในระยะจากบนลงล่าง หากพ่อแม่มือใหม่ต้องการกระตุ้นพัฒนาการ อาจะเริ่มจากการแขวนโมบายไว้ที่เปลนอนของลูก  หรือหาของเล่นที่มีสีสันสดใสและการเคลื่อนไหวอยู่ตลอดในระยะ 1 ไม้บรรทัด มาเรียกความสนใจจากลูกน้อยก็ได้  โดยเลือกของเล่นที่มีการเคลื่อนไหวแบบซ้ายไปขวา ขวาไปซ้าย เพื่อให้ลูกมองตาม เท่านี้ลูกน้อยของคุณก็จะเติบโตมาเป็นเด็กที่มีพัฒนาการด้านการมองเห็นที่ดีขึ้นแล้ว

  1. พัฒนาการด้านการใช้สติปัญญา [IQ] ของเด็กวัย 1 เดือน

พัฒนาการในด้านนี้อาจจะยังไม่ปรากฏให้เห็นชัดเท่าใดนัก แต่ก็พอสังเกตได้จากอาการง่ายๆ เช่น มีการขยับร่างกายตอนแม่อุ้มให้อุ้มได้ง่ายขึ้น ฯลฯ  เพราะในวัยนี้สมองและระบบประสาทกำลังเชื่อมต่อกัน อาจเสริมสร้างพัฒนาการของลูกน้อยในวัยนี้ด้วยการเปิดดนตรีคลาสสิกระหว่างลูกหลับ ก็สามารถช่วยได้เช่นกัน

  1. พัฒนาการด้านอารมณ์และจิตใจ [EQ] ของเด็กวัย 1 เดือน

เด็กในวัยนี้มักมีภาวะตอบสนองหลังได้รับความไม่พอใจหรือไม่ค่อยสบายตัว ด้วยการทำหน้าเหยเกได้บ่อยๆ  หรือบางครั้งถ้าพอใจก็สามารถยิ้มหวานมาให้พ่อแม่ได้เป็นระยะๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่พ่อแม่มือใหม่ควรสังเกตเพื่อทำความคุ้นเคยด้านอารมณ์ของลูก ในระยะนี้ลูกจะเริ่มจดจำเสียงของพ่อแม่ด้วย และเสียงของพ่อแม่มีผลต่อระดับด้านอารมณ์ของลูก หากพ่อแม่ทำเสียงใดและทำท่าประกอบในทางไหนลูกก็จะจดจำและเรียนรู้อารมณ์ของพ่อแม่ไปพร้อมๆกัน  แนะนำว่าพยายามให้ลูกจดจำในด้านดีๆไว้ค่ะ เพราะแม้ลูกจะมีอายุแค่ 1 เดือนแต่ก็สามารถจดจำได้ทุกอย่าง รวมถึงกระแสความรู้สึกต่างๆของพ่อแม่ในด้านลบด้วย หากพ่อแม่เริ่มเครียด ลูกก็จะรู้จะร้องไห้งอแงแบบไร้เหตุผลทันที ซึ่งแน่นอนว่าไม่ดีต่ออนาคตของลูก การปรับอารมณ์ของพ่อแม่ให้ดีๆในช่วงนี้จึงจำเป็นต่อการเสริมสร้างพัฒนาการของลูกในวัยนี้ด้วยค่ะ

ccfda11bdf54bf7e7f39a959c589a168

  1. พัฒนาการด้านการสื่อสารของลูกน้อยวัย 1 เดือน

เด็กในวัยนี้หากต้องการสื่อสารกับพ่อแม่มือใหม่อย่างเราๆ  ก็จะมีอาการทางภาษากายเป็นหลัก  เนื่องจากยังพูดไม่ได้นั่นเอง อาการเบื้องต้นก็จะเป็นการสะดุ้งเมื่อตกใจ  ร้องไห้เมื่อหิวหรือปัสสาวะ หรือผ้าอ้อมเปียกต่าง ๆ

พัฒนาการทั้ง 6 ด้านของลูกน้อยวัย  1 เดือนอาจเป็นเรื่องใหม่สำหรับพ่อแม่ค่ะ แต่เราเชื่อว่าสามารถเรียนรู้ได้และลองปรับตัวไปพร้อมๆ กับลูกน้อย สำคัญที่สุดคือความสุขของพ่อแม่มีผลต่อพัฒนาการของลูกมากนะคะ จึงอยากให้พ่อแม่ลองปรับตัวเพื่อลูกไม่ว่าจะมีปัญหาในชีวิตเรื่องอื่นๆอยู่ แต่หากอยู่กับลูกก็ควรปล่อยวาง และสร้างความสุขให้ลูกด้วยการโอบกอด ยิ้ม สบตา ให้ลูกรู้สึกปลอดภัยเวลาอยู่กับเรา แค่นี้พัฒนาการของลูกในวัยนี้ก็ดีมากแล้วค่ะ  เชื่อว่าบทความนี้จะสร้างความเข้าใจให้กับพ่อแม่มือใหม่มากขึ้น  แล้วพบกับบทความดีๆ จาก “HerKid รวมพลคนเห่อลูก” ได้ใหม่นะคะ

เครดิตข้อมูล : HerKid รวมพลคนเห่อลูก

Comments