GERMANY-MEDECIN-HEALTH-TUMOR

วันนี้แอดมินมีสาระดีๆและประสบการณ์ของสมาชิกท่านหนึ่งจาก “Pantip” มาฝากแม่ๆชาว HerKid รวมพลคนเห่อลูก ทุกคนค่ะ เกี่ยวกับการผ่าตัดเนื้องอกมดลูกอย่างละเอียดพร้อมคำแนะนำจากคุณหมอ

เจ้าของกระทู้ ได้กล่าวว่  ขอแชร์ ปสก อย่างละเอียดเกี่ยวกับการผ่าตัดเนื้องอกมดลูกค่ะ (ผ่าตัดและนอน รพ ครั้งแรกในชีวิต) เนื่องจากก่อนที่ จขกท จะตัดสินใจผ่าตัด จขกท หาข้อมูลของคนเคยผ่าได้ค่อนข้างน้อย เลยคิดว่าอยากแชร์ ปสก ของตัวเอง เผื่อจะเป็นประโยชน์กับคนอื่นๆค่ะ

จากที่ จขกท ไปตรวจภายใน คุณพยาบาลแนะนำว่า ไหนๆก็ขึ้นขาหยั่งแล้ว แนะนำให้ตรวจอัลตราซาวด์ด้วย จขกท อายุสามสิบต้นๆ แต่งงานแล้ว ยังไม่มีบุตรค่ะ นี่เป็นการตรวจภายในครั้งแรก พอตรวจแล้วก็เจอเลยค่ะ เราก็มองจออัลตราซาวด์ไปพร้อมๆกับคุณหมอ (ถึงแม้จะดูไม่ค่อยออก)

คุณหมอแจ้งว่ามีเนื้องอกมดลูกหลายก้อนเลย แล้วก็พล็อตให้ดูค่ะ ว่าแต่ละก้อนมีขนาดประมาณไหน โดยรวมมีเนื้องอกที่มดลูก 4ก้อน ขนาดประมาณตั้งแต่ 2-5 ซม. คุณหมอแนะนำว่า ถ้ายังมีความต้องการมีบุตร แนะนำให้ผ่าเนื้องอกออก เพราะเนื้องอกพวกนี้จะทำให้การตั้งครรภ์มีปัญหา อาจทำให้ท้องยาก หรือมีความเสี่ยงในการตั้งครรภ์เช่นคลอดก่อนกำหนดหรือตกเลือด ถ่าผ่าออก

คุณหมอแนะนำผ่าแบบเปิดหน้าท้อง เพราะเนื่องจากมีหลายก้อน คุณหมอทำงานสะดวกกว่า เย็บแผลด้วยมือได้แน่นหนากว่าวิธีส่องกล้องทำให้ลดความเสี่ยงมดลูกปริ/แตกหากตั้งครรภ์ในอนาคต แผลที่หน้าท้องอยู่ใต้บิกินี่ ความยาวไม่เกิน 7ซม ระยะพักฟื้น ให้ลางาน1เดือน งดมีเพศสัมพันธ์ประมาณ 1.5-2เดือนหลังผ่า และปล่อยตั้งครรภ์ได้หลังผ่าไปแล้ว 2-3เดือน

คุณหมอให้เรากลับไปตัดสินใจ โดยนัดตรวจติดตามไว้อีก 3เดือนข้างหน้า ตอนนั้นตกใจมากค่ะ แต่คุณหมอบอกว่าเนื้องอกพวกนี้ไม่ใช่เนื้อร้ายอะไร มีโอกาสกลายเป็นเนื้อร้ายได้น้อยมาก แต่เนื้องอกพวกนี้อาจจะทำให้มีประจำเดือนมามากผิดปกติ เป็นลิ่ม ปวดท้องประจำเดือนมากร้าวถึงหลัง และหากเบียดอวัยวะข้างเคียงเช่นกระเพาะปัสสาวะ จะทำให้ปวดปัสสาวะบ่อย

หลังจากตรวจเจอ ก็เล่าให้เพื่อน ให้ญาติฟัง มีแต่คนแนะนำให้ไปตรวจซ้ำกับหมอท่านอื่นเพื่อเป็น second opinion ด้วยความใจร้อน ก็ลองไปหาหมออีกที่ค่ะ อัลตราซาวด์ใหม่ เจอเหมือนเดิม หมอท่านนี้แจ้งให้ทราบถึงข้อดีข้อเสียระหว่างผ่าหรือปล่อยให้ท้องโดยไม่ผ่าเอาเนื้องอกออก ว่าจะเป็นอย่างไรคือ 1) หากจะผ่า คุณหมอท่านนี้จะทำผ่าแบบส่องกล้องให้

คุณหมอแจ้งว่าแผลจะเล็กกว่า แต่มีแผลประมาณ 3-4จุด จุดละ 1-2ซม. ระยะพักฟื้นเร็วกว่าผ่าแบบเปิดหน้าท้อง ประมาณ 2สัปดาห์ 2) หากไม่ต้องการผ่าเอาเนื้องอกออก เนื่องจากคนไข้บางคนไม่อยากเจ็บตัวผ่าตัด สามารถปล่อยให้ท้องได้ แต่จะมีความเสี่ยงคลอดก่อนกำหนดเนื่องจากเลือดที่ไปเลี้ยงมดลูกระหว่างตั้งครรภ์ ไม่ได้เลี้ยงทารกเพียงอย่างเดียว แต่เลี้ยงเนื้องอกด้วย

ซึ่งโดยสถิติเนื้องอกจะโตขึ้นได้อีกเท่าตัว ทำให้เบียดพื้นที่ทารกและทำให้คลอดก่อนกำหนด ตรงจุดนี้คุณหมอสามารถแก้ปัญหาโดยการให้ยากันแท้ง แต่ทั้งนี้คนไข้ต้องหยุดพักเป็นระยะเพื่อประคองการตั้งครรภ์ด้วย นอกจากการคลอดก่อนกำหนดยังมีความเสี่ยงเรื่องตกเลือดด้วย คุณหมอแจ้งว่า มีคุณแม่บางคนที่ไม่ทราบว่าตนเองมีเนื้องอกก่อนตั้งครรภ์ ก็ต้องประคับคองด้วยวิธีนี้ได้

หลังจากปรึกษากับสามี ในเมื่อเรารู้ปัญหาก่อน เราก็ควรแก้เลย ไม่อยากให้ถึงจุดที่ต้องมาแก้ปัญหากันภายหลัง จึงตัดสินใจผ่าเนื้องอกกับคุณหมอท่านแรกแบบเปิดหน้าท้องค่ะ ใจนึงก็อยากผ่าแบบส่องกล้องเพราะกลัวเจ็บนาน แต่เนื่องจากส่วนตัวเทใจไปทางคุณหมอท่านแรกซึ่งท่านเป็นหมอที่ศิริราชด้วย ท่านน่าจะเจอเคสมาหลายเคส จึงเลือกผ่ากับคุณหมอท่านแรกค่ะ

ก่อนผ่าตัด : หลังจากตัดสินใจผ่า ก็ไปนัดวันผ่ากับคุณหมอค่ะ คุณหมอและพยาบาลจะแจ้งข้อมูลคร่าวๆในการผ่าตัด เช่น จะใช้วิธีบล็อคหลัง แจ้งระยะเวลาทีต้องอยู่ รพ ประเมินค่าใช้จ่ายโดยประมาณ แนะนำข้อปฏิบัติก่อนผ่าตัด ให้งดผักผลไม้และอาหารที่มีกากไยก่อนผ่าตัด2วัน ส่วนวันผ่าให้งดน้ำ 6ชม ก่อนถึงเวลาผ่า

วันผ่าตัด : พอถึงวันผ่า เราก็ไปเตรียมตัวที่ รพ ก่อนประมาณ 4-5 ชมค่ะ ไปถึง รพ คุณพยาบาลก็จะแนะนำขั้นตอนก่อนและหลังผ่าว่าควรปฏิบัติตัวอย่างไร พร้อมเตรียมตัวก่อนผ่าตัดได้แก่ การวัดส่วนสูง น้ำหนัก เก็บปัสสาวะ เจาะเลือด สวนอุจจาระ สวนล้างช่องคลอด เริ่มให้น้ำเกลือ พอก่อนถึงเวลาผ่าตัด 1 ชม จะมีจนท มารับเราไปที่ห้องผ่าตัดค่ะ (ปกติเป็นคนค่อนข้างถึก ไม่กลัวเข็ม แต่วันนั้นตื่นเต้นมากกกก และห้องผ่าตัดหนาวมากค่ะ)

คุณหมอวิสัญญี จะมาคุยกับเรา และให้เราดมยานอนหลับจากสาย สักพักเราจะง่วงๆมึนๆหน่อยค่ะ แล้วคุณหมอก็ให้เรานอนตะแคงเพื่อฉีดยาที่หลังค่ะ (บล็อคหลัง) เจ็บเหมือนกันค่ะ แต่ตอนนั้นมันมึนๆแล้ว สักพักก็ไม่รู้สึกตัวอะไรอีกแล้วค่ะ มารู้สึกอีกทีตอนอยู่ในห้องดูอาการหลังผ่าตัด พอทุกอย่างปกติดี จนท ก็จะเข็นเรากลับห้องพักค่ะ ตอนนั้นขาชาค่ะ ขยับไม่ได้ แต่ก็จะค่อยๆดีขึ้น ขยับได้ทีละนิด ๆค่ะ

พยาบาลแจ้งว่าถ้าขยับตัวได้ ให้ลองพลิกซ้ายขวาดู อย่านอนนิ่งอย่างเดียวค่ะ คืนแรกไม่เจ็บแผลเลยนะคะ รู้สึกตึงๆเฉยๆ อาจเพราะฤทธิ์ยาชายังอยู่น่าจะอยู่ถึงประมาณ 24ชม ค่ะ แต่นอนไม่ค่อยหลับทั้งคืนค่ะ เพราะคันยุบยิบทั้งหน้าทั้งตัวจากฤทธิ์ยาชา และคุณพยาบาลเข้ามาวัดไข้ วัดความดันเกือบทุก ชมค่ะ

วันแรกหลังผ่าตัด : ตื่นมาวันนี้ ก็ยังมึนๆหน่อยค่ะ (มึนไปเกือบทั้งวันค่ะ) รู้ตัวว่ามีสายสวนปัสสาวะอยู่ คุณหมอมาเยี่ยมพร้อมส่งรูปเนื้องอกที่ผ่าออกมาให้ดู เป็นก้อนขาวๆสีคล้ายฟัน ขนาดแตกต่างกันไป ไม่น่าเชื่อว่าก้อนเนื้อพวกนี้มาอยู่ที่กล้ามเนื้อมดลูกได้ยังไง เข้าใจว่ามดลูกเราๆขนาดเพียงแค่กำปั้นเท่านั้นเอง

คุณหมอให้เริ่มทานมื้อแรกเป็นน้ำข้าว ซุปใส และมื้อต่อๆไปเป็นอาหารอ่อน ทานได้ไม่เยอะค่ะ ทานนิดเดียวก็รู้สึกอืด พออืดแล้วมันจะเจ็บแผลหน่อยๆ เช้าแรกมีอาการคลื่นไส้ค่ะ อาเจียน1ครั้งแบบไม่มีอะไรออกมา แต่เจ็บแผลมากค่ะเพราะมันเกร็งช่วงท้อง ไอ จาม หัวเราะ เจ็บหมดค่ะต้องเอามือช่วยกดแผลไว้ แต่ก็ยังเจ็บอยู่ดี

คุณหมอบอกว่าวันนี้ให้ลองลุกจากเตียง ลองเดิน ขยับตัวบ่อยๆจะได้ไม่เป็นพังผืดและฟื้นตัวเร็ว ก็พยายามทำค่ะ วันนั้นช่วงบ่ายก็พยายามนั่งและลงยืนข้างเตียง พอพยาบาลเอาสายสวนปัสสาวะออกให้ ก็ลองเดินเลยค่ะ และปัสสาวะเองครั้งแรก เจ็บน้ำตาแทบเล็ดเลยค่ะ ครั้งต่อๆมาก็ยังเจ็บนะคะ แต่เจ็บน้อยลงและเจ็บคนละแบบ

คุณหมอจะให้ยาระบายมาด้วย เพื่อเวลาถ่ายจะได้ไม่ต้องเบ่งค่ะ แต่เราว่าตอนถ่ายกลับไม่เจ็บนะ คืนนี้ครบ 24ชม หลังจากผ่าตัด คาดว่ายาชาน่าจะหมดฤทธิ์แบบสมบูรณ์ เริ่มเจ็บแผลมากขึ้น ตึงๆ ก็ขอยาแก้ปวดค่ะ ไม่รู้เจ็บแผลข้างนอกหรือข้างใน นอนไม่ค่อยหลับค่ะ (แอบรู้สึกปวดหลังด้วย ไม่รุ้เพราะนั่งนานรึป่าว) ค้างท่าไหนนานก็เริ่มเจ็บ ปวดฉี่ก็เริ่มเจ็บ มันไม่ได้เจ็บมากตลอดเวลานะคะ แต่ก็เจ็บค่ะ ที่แผลด้านนอกไม่เท่าไหร่ เจ็บข้างในมากกว่า

วันที่สองหลังผ่าตัด : วันนี้คุณหมอแจ้งว่ากลับบ้านได้แล้ว ให้อยู่ในที่เย็นแผลจะได้ติดดี ดูแลแผลอย่าให้โดนน้ำ คุณหมอแปะพลาสเตอร์กันน้ำให้ แต่ไม่ควรโดนน้ำนาน รีบอาบแล้วซับให้แห้ง ครบหนึ่งสัปดาห์แล้วดึงพลาสเตอร์ชั้นนี้ออกได้

คุณหมอนัดพบอีกที1เดือน แต่เราตัดสินใจออก รพ วันรุ่งขึ้น อยากอยู่ให้รุ้สึกว่าชัวร์ก่อน ก็พยายามลุกจากเตียงบ่อยๆค่ะ ตะแคงใช้มือยันเตียงเพื่อช่วยลุก จะได้ไม่ต้องเกร็งท้องมาก ช่วยลดความเจ็บ พยายามเดินให้หลังตรงซึ่งต้องฝืนค่ะ วันนี้ลองอาบน้ำเองด้วย วันที่ต้องกลับบ้านจะได้ไม่มีปัญหา

วันกลับบ้าน : คุณหมอและพยาบาลแนะนำอย่าเพิ่งยกของหนักค่ะ (3กก ถือว่าหนักแล้ว) เดินขึ้นลงบันไดได้วันละ 2-3รอบพอ หากแผลโดนน้ำ เป็นไข้ หรือปวดร้อนแผล ให้มา รพ ก่อนนัดได้ เราก็กินยาแก้ปวดไปเม็ดนึงก่อนเดินทางค่ะ กันเอาไว้ จากนี้ไปก็พักฟื้นต่อที่บ้านค่ะ … ความเจ็บปวดคงเป็นสิ่งหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่มันก็ดีขึ้นในแต่ละวันค่ะ สัปดาห์แรกจะทรมานหน่อย ที่เซ็งสุดคือการไอ จาม ปวดถ่ายเบาหนัก แต่หลังจากสัปดาห์แรกผ่านไปอะไรๆจะดีขึ้นค่ะ ส่วนตัวคิดว่าเหมือนคล้ายๆจะเป็นการซ้อมผ่าคลอดล่วงหน้า ซึ่ง จขกท คิดว่าแผลน่าจะใหญ่กว่านี้ นี่ถ้าถึงเวลาต้องผ่าคลอดจริงๆ นอกจากเจ็บแผลแล้วยังต้องอุ้มลูก ตื่นมาให้นม ไม่ได้นอนพักเต็มที่ แค่คิดก็ท้อแล้วค่ะ … เกิดเป็นผู้หญิง ไม่ง่ายเลยใช่ไหมคะ

ค่าใช้จ่าย : จขกท. ผ่าตัดแบบเปิดหน้าท้องที่ รพ เอกชนแห่งหนึ่งค่ะ ค่าใช้จ่ายโดยรวมประมาณ 100,000บาท หากผ่าแบบส่องกล้อง ค่าใช้จ่ายจะสูงกว่านี้ประมาณ 20,000-40,000บาทค่ะ

โรคเนื้องอกมดลูกเข้าใจว่ายังหาสาเหตุการเกิดที่แน่ชัดไม่ได้ ปัจจัยหลักน่าจะมาจากกรรมพันธุ์ ส่วนตัว จขกท ก็ดูแลตัวเองค่อนข้างดีค่ะ ไม่อ้วน ไม่ผอม ไม่ชอบทานของทอด ทานผักผลไม้ ออกกำลังกายเป็นประจำ ไม่มีโรคประจำตัว ยังเป็นโรคนี้ได้ ขอให้ผู้หญิงทุกคนดูแลสุขภาพ และหมั่นตรวจสุขภาพเป็นประจำ ไม่ต้องอายหมอค่ะ หวังว่ากระทู้นี้จะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อยสำหรับคนอื่นนะคะ

สำหรับวันนี้แอดมินขอลาไปก่อน แล้วพบกันใหม่กับ “HerKid รวมพลคนเห่อลูก“ ผู้นำด้านการแชร์ประสบการณ์การเลี้ยงลูก แม่และเด็กได้ทุกวัน คลับ HerKid เว็บนี้มีทั้งสาระและความบันเทิงนะคะ

ขอบคุณข้อมูล : Pantip
เรียบเรียงโดย : HerKid รวมพลคนเห่อลูก

อ่านประสบการณ์จริงอื่นๆ >>> คุณแม่เล่าประสบการณ์!!! เมื่อลูกเป็นลูคีเมีย มะเร็งเม็ดเลือดขาว

Comments