1

เมื่อเข้าสู่ไตรมาสสุดท้ายของการตั้งครรภ์ คุณแม่ควรระมัดระวังการใช้ชีวิตเพิ่มมากขึ้น หลีกเลี่ยงการทำงานหักโหมและพักผ่อนให้เพียงพอ เนื่องจากการทำงานหักโหมส่งผลให้มดลูกเกิดการบีบตัว ส่งผลกระทบต่อทารกโดยตรง ทำให้เสี่ยงต่อการคลอดก่อนกำหนด วันนี้แอดมินจึงมีประสบการณ์ของคุณแม่เป้กคุณแม่ HerKid ของเรามาแชร์ประสบการณ์ตรงเกี่ยวกับคุณแม่ทำงานหักโหม ส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์ มาฝากแม่ๆชาว HerKid รวมพลคนเห่อลูก ทุกคนค่ะ

คุณแม่เป้กได้กล่าวว่า “ฝากเตือนคุนแม่มือใหม่ด้วยนะคะ ตอนนี้แม่บ้านนี้ตั้งครรภ์ได้ 35+2 Week แม่บ้านนี้ทำงานตลอด เพื่อนร่วมงานบางคนบอกให้พักงานตั้งแต่ช่วง 6 – 7 เดือน แต่เราไม่หยุดเพียงเพราะคิดว่าร่างกายเราไหว เรายังโอเคยังแข็งแรง

แต่อย่าลืมนะคะยังมีอีกคนที่อยู่กับเรา ผลกระทบทุกอย่างลงลูกหมดจนเราตั้งครรภ์ได้ 35 week เราเริ่มมีอาการหน่วงท้อง และเจ็บร้าวไปข้างขารู้สึกหน่วงมาก จนเวลาตี2-3 เริ่มมีอาการปวดท้องแต่ไม่รุนแรงมากนัก ปวดๆหายๆเจ็บจี้ดๆ อาการเป็นจนตอนเช้าเราต้องไปหาหมอ

เราได้บอกอาการหมอ วันนี้น้องไม่ดิ้นท้องแข้งตลอดปวดๆหายๆ บอกอาการทุกอย่าง หมอให้เรานอนแล้วกดท้อง ซาวด์ทุกอย่าง หมอก็บอกมดลูกบีบตัวมาก คลอดก่อนกำหนด

อนนั้นเราก็ใจเสีย ถามหมอจะผ่าได้ไหมเพราะเราปวดก็กลัวลูกจะเป็นอะไร???… คำตอบที่ได้คือไม่ผ่าน้องตัวเล็ก ถ้าผ่าก็ต้องอบ แล้วต้องใส่ท่อช่วยหายใจ คือเรากับแม่ก็โอเค หมอจัดยาให้เพิ่มจาก2เพิ่มอีก3 แต่จะมีผลข้างเคียง คือใจเราสั่น ตัวสั่น มือสั่น แขนสั่น ต้องอดทนแต่อาการเจ็บท้องก็ยังเจ็บแต่ไม่มาก เราก็รออีก 2 อาทิตย์ ตามที่หมอบอกภาวะนาให้หนูน้อยของแม่ออกมาแข็งแรง

อาการที่เราเป็นเกิดจากทำงานหนักพักผ่อนไม่เพียงพอ ฝากเตือนแม่ๆด้วยนะคะ อย่าคิดแค่ว่าร่างกายเราแข็งแรงจนลืมนึกถึงเจ้าตัวน้อย ถ้าเมื่อวานเราไปช้าก็อาจจะคลอดก่อนกำหนด แล้วต้องเห็นสภาพลูกนอนอยู่ในตู้อบ+กับใส่ท่อช่วยหายใจ เชื่อได้ว่าไม่มีใครอยากเห็นลูกตัวเองทรมานกับการใส่ท่อ ฝากเตือนคุณแม่ทุกคนด้วยนะคะ”

การพักผ่อนระหว่างตั้งครรภ์ (นพ.วรวุฒิ เจริญศิริ)

  1. ระหว่างตั้งครรภ์ คุณแม่จะรู้สึกเหนื่อย และอ่อนเพลียง่าย กลางคืนควรนอนหลับให้เต็มอิ่ม ประมาณ 8-10 ชั่วโมง และควรหาเวลานอนพักในตอนบ่ายอีกอย่างน้อย 1 ชั่วโมง
  2. การลดจำนวนการดื่มเครื่องดื่มที่มีกาเฟอีน เช่น ชา กาแฟ น้ำอัดลม ให้เหลือน้อยที่สุด ถ้าหากคุณต้องการจะดื่มเครื่องดื่มเหล่านี้ให้จำกัดเฉพาะในเวลาเช้า หรือตอนบ่ายต้นๆ
  3. ควรงดดื่มน้ำ หรืออาหารเหลว หรือรับประทานอาหารอิ่มจนเกินไปก่อนที่จะเข้านอนสองสามชั่วโมง แต่ขอให้แน่ใจว่าคุณได้รับสารอาหาร และน้ำอย่างเพียงพอตลอดวัน การรับประทานอาหารมื้อเช้า และเที่ยงหนักๆ และรับประทานอาหารเย็นเบาๆ สามารถช่วยได้ และหากมีอาการคลื่นไส้นอนไม่หลับ การรับประทานขนมปังกรอบสองสามแผ่นก่อนเข้านอนอาจช่วยได้
  4. หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายอย่างหักโหมก่อนเข้านอน แต่ให้ทำอะไรที่เบาๆ และผ่อนคลายแทน และหากเป็นตะคริวที่ขาปลุกให้ตื่นนอนในตอนกลางคืน การกดเท้าแรงๆ ลงกับผนังห้องหรือลุกขึ้นยืนอาจช่วยได้
  5. ถ้ายังนอนไม่หลับ ให้ลุกขึ้นมาหาอะไรทำ เช่น อ่านหนังสือ ฟังเพลง ดูโทรทัศน์ หรือหากิจกรรมอื่นๆ ที่เพลิดเพลินทำแทน แล้วในที่สุดก็จะเหนื่อย และนอนหลับได้เอง
  6. นอนงีบ 30-60 นาที ระหว่างวัน เพื่อชดเชยเวลานอนที่สูญเสียไป

คุณแม่ตั้งครรภ์หมั่นดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงและพักผ่อนให้เพียงพอนะคะ ขอขอบคุณคุณแม่เป้กที่ได้นำประสบการณ์ที่มีประโยชน์มาเล่าสู่กันฟังนะคะ สำหรับวันนี้แอดมินขอลาไปก่อน แล้วพบกันใหม่กับคลับ HerKid รวมพลคนเห่อลูก ผู้นำด้านการแชร์ประสบการณ์เด็ดๆแม่และเด็กได้ทุกวัน คลับ HerKid เว็บนี้มีทั้งสาระและความบันเทิงนะคะ

ประสบการณ์จริงจาก : HerKid รวมพลคนเห่อลูก (คุณแม่เป้ก)

อ่านประสบการณ์จริงอื่นๆ >>> คุณแม่แชร์ประสบการณ์…หัดให้ลูกทานอาหารแบบ BLW (BABY LED WEANING)

Comments