2

ยุงลายพาหะนำโรคไข้เลือดออก โรคร้ายที่มาพร้อมกับหน้าฝน ฤดูที่เด็กอยู่บ้านมากที่สุด พร้อมทั้งมีแหล่งเพาะพันธ์ุหรือสภาพแวดล้อมก่อให้เกิดตัวพาหะ  เด็กอายุต่ำกว่า 15 ปีจึงจัดอยู่ในกลุ่มเสี่ยงโรคที่คร่าชีวิตในวัยเด็ก วันนี้แอดมินจึงมีประสบการณ์ของคุณแม่บีคุณแม่ HerKid ของเรามาแชร์ประสบการณ์ตรงเกี่ยวกับไข้เลือดออกสายพันธุ์ใหม่ มาฝากแม่ๆชาว HerKid รวมพลคนเห่อลูก ทุกคนค่ะ

คุณแม่บีได้กล่าวว่า “อยากฝากเตือนแม่ๆนะคะ น้องจากไปเพราะไข้เลือดออกสายพันธ์ุใหม่ที่ร้ายแรงที่สุด ยังไม่มียารักษา น้องเป็นรายแรกของ จ.สุรินทร์ ค่ะ น้องมีอาการไข้ ไอ พาไปหาหมอ รพ.ในตัวอ. หมอเจาะเลือด ไม่รู้ว่าเป็นอะไร หมอบอกว่าเป็นไข้เฉยๆ วันต่อมาน้องเป็นหนักขึ้น หมอเจาะเลือดให้อีกรอบไม่รู้ว่าเป็นอะไร หมอให้กับบ้าน น้องอาการหนักขึ้นพากับไป รพ. หมอใส่ที่ช่วยหายใจให้กับสายฉี่ แล้วส่งไป รพ. ในตัวเมือง หมอเจาะเลือดไม่รู้ว่าเป็นอะไร

หมอสงสัยเป็นไข้เลือดออก หมอใส่ยาให้น้องเกิดอาการช็อค หมอเลยส่งเลือดไปตรวจอีกที ผลตรวจออกมา ติดเชื้อในกระแสเลือด ไวรัส ไตวาย มีน้ำในปอด ไข้เลือดออก ยาวนิดหนึ่งนะคะ ฝากเตือนแม่ๆที่มีลูกให้ระวังด้วยค่ะ เป็นไข้เลือดออกที่ยังไม่มียารักษา

เรื่องที่ควรรู้เกี่ยวกับโรคไข้เลือดออก(Snook)

1. เมื่อเป็นไข้เลือดออกแล้วจะไม่กลับมาเป็นอีก
จริงๆ เรื่องนี้ก็มีทั้งถูกและผิด เพราะเมื่อเป็นไข้เลือดออกครั้งแรกแล้ว ร่างกายของเราก็จะมีภูมิคุ้มกันเพื่อป้องกันไม่ให้กลับมาเป็นอีก แต่ ! เชื้อไว้รัสที่เป็นต้นตอของไข้เลือดออกนี้มีอยู่ 4 สายพันธุ์ หากติดเชื้อจากสายพันธุ์ใดสายพันธุ์หนึ่งแล้วก็จะมีภูมิคุ้มกันของสายพันธ์นั้น ถ้าหากเราติดเชื้อเป็นครั้งที่ 2 ซึ่งเป็นคนละสายพันธุ์กันกับในตอนแรก ภูมิคุ้มกันที่มีก็จะป้องกันสายพันธุ์ใหม่นี้ไม่ได้ทั้งหมด ก็อาจทำให้เป็นไข้เลือดออกได้อีก และอาจรุนแรงกว่าเดิมมาก

2. กลุ่มอายุที่ป่วยเป็นไข้เลือดออก
จากเก็บรวบรวมข้อมูล ก็ยังพบว่ากลุ่มอายุที่ป่วยเป็นโรคไข้เลือดออกสูงสุด คือ กลุ่มอายุ 10 – 14 ปี รองลงมาเป็นกลุ่มอายุ 5 – 9 ปี , 15 – 24 ปี , 25 – 34 ปี ปิดท้ายด้วยกลุ่มอายุ 0 – 4 เดือน ซึ่งผู้ป่วยที่พบได้มากที่สุดจะเป็น นักเรียน ฉะนั้น เมื่อต้องใช้ชีวตอยู่ในโรงเรียนก็ต้องระมัดระวังไม่ให้อยู่กัด หรืออยู่ในบริเวณน้ำขังที่อาจเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงได้

3. ถึงมีผู้ป่วยมาก แต่ก็ยังไม่มียาฆ่าเชื้อไวรัสเดงกี่
รู้กันดีว่าโรคไข้เลือดออกนั้นเกิดจากเชื้อไวรัสเดงกี่ ซึ่งตอนนี้ทางการแพทย์ยังไม่มียาสำหรับฆ่าเชื้อให้หายได้ 100% เปอร์เซ็นต์ ทำได้เพียงรักษาไปตามอาการ ทั้งยังต้องเฝ้าระวังภาวะช็อกและเลือดออกอย่างใกล้ชิด โดยแพทย์ก็จะมีหลักในการรักษา คือ ให้ยาพาราเซตามอลในระยะที่มีไข้สูง ห้ามใช้ยาแอสไพริน เพราะจะทำให้อาการเลือดออกรุนแรงขึ้น ดูการเปลี่ยนแปลงของเกร็ดเลือดเป็นระยะ และมีให้สารน้ำชดเชยเพราะผู้ป่วยจะเบื่ออาหาร มีอาการอาเจียน ทำให้ขาดน้ำและโซเดียม นอกจากนั้น ยังต้องเฝ้าระวังภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ ที่จะตามมาด้วย

ขอเป็นกำลังใจให้กับพ่อแม่ที่สูญเสียลูกเพราะไข้เลือดออกสายพันธ์ุใหม่นะคะ ขอขอบคุณคุณแม่บีที่ได้นำประสบการณ์ที่มีประโยชน์มาเล่าสู่กันฟังนะคะ สำหรับวันนี้แอดมินขอลาไปก่อน แล้วพบกันใหม่กับคลับ HerKid รวมพลคนเห่อลูก ผู้นำด้านการแชร์ประสบการณ์เด็ดๆแม่และเด็กได้ทุกวัน คลับ HerKid เว็บนี้มีทั้งสาระและความบันเทิงนะคะ

ประสบการณ์จริงจาก : HerKid รวมพลคนเห่อลูก (คุณแม่บี)

อ่านประสบการณ์จริงอื่นๆ >>> ไวรัสอันตรายหน้าฝนต้องระวัง!! RSV ตัวร้ายทำลูกไข้สูงไม่ลด

Comments