รูปภาพ2

หน้าฝนมักจะมาพร้อมกับความเจ้บป่วย และปัจจุบันหน้าฝนจะมีโรคยอดฮิตของเด็กๆ ที่ทำให้ผู้ปกครองหลายคนเกิดความกังวลใจไม่น้อย นั่นก็คือโรคไข้หวัด RSV วันนี้แอดมินจึงมีประสบการณ์ของคุณแม่น้องกะทิคุณแม่ HerKid ของเรามาแชร์ประสบการณ์ตรงเกี่ยวกับเตือนและบอกต่อโรคไข้หวัด RSV มาฝากแม่ๆชาว HerKid รวมพลคนเห่อลูก ทุกคนค่ะ

คุณแม่น้องกะทิได้กล่าวว่า “โปรดอ่านให้จบมีประโยชน์ต่อลูกคุณมากค่ะ เตือนและบอกต่อโรคไข้หวัด RSV‼️ ด.ญ. กะทิ อายุ 2 เดือน 19 วัน ป่วยเป็น ไข้หวัด R S V

ช่วงเวลาที่เริ่มมีอาการตั้งแต่วันที่ 13 สิงหาคม จนถึงปัจจุบัน ยังคงนอนรักษาตัวที่โรงพยาบาลค่ะ ช่วงนี้อากาศเปลี่ยนบ่อย และช่วงหน้าฝน เชื้อโรคตัวนี้ระบาดหนัก แม่ๆควรล้างมือบ่อยๆและหลีกเลี่ยงการไปในที่ที่มีโอกาสติดเชื้อได้ง่ายนะค่ะ อาการเริ่มต้นเหมือนไข้หวัดทั่วไป มีน้ำมูกใสๆ หายใจคลืดคลาด แต่ยังไม่มีเสมหะหรือไอ

อาการเข้าวันที่ 2 แม่เลยพาน้องไปหาหมอซึ่งก็นำน้ำมูกน้องไปตรวจเลย พบว่าน้องเป็นไข้หวัด RSV ระยะเริ่มต้นเชื้อยังไม่ลงไปที่ปอด เชื้อยังอยู่ที่หลอดลมและบริเวณลำคอ วันนี้ยังไม่มีเสมหะ หรือไอเท่าไหร่ หมอให้ยาไปทานและกลับบ้าน

วันที่ 3 น้องเริ่มมีน้ำมูกเยอะขึ้น หายใจแรงคล้ายๆหอบ และเริ่มมีเสมหะที่คอ ช่วงกลางคืนนอนราบไม่ได้เลยเพราะน้ำมูกเยอะมาก แม่จึงพาน้องไปหาหมอ ซึ่งวันนี้อาการเริ่มออกชัดเจน หมอจึงตรวจละเอียดและฟังปอดน้อง ซึ่งเสมหะยังไม่ลงปอด แต่ต้องรักษาโดยการพ่นยา เคาะปอด และดูดเสมหะ

ซึ่งเด็กที่เป็นโรคนี้ต้องรับการรักษาแบบนี้ทุกคน ขึ้นอยู่กับว่าต้องทำถี่แค่ไหนนั้น ดูที่เสมหะว่าน้องมีเยอะมากน้อยแค่ไหน RSV จะผลิตเสมหะออกมาไวมาก เทียบกับไข้หวัดธรรมดา RSV จะผลิตเสมหะและน้ำมูกไวถึง 60 เท่าค่ะ ฉะนั้นเสมหะและน้ำมูกน้องจะออกมาและพันคอตลอด ทำให้ไอหนักด้วยค่ะ

ซึ่งเราก็เข้ารับการรักษาโดยการพ่นยา เคาะปอด ดูดเสมหะแบบนี้ทุกวัน วันละ 2 ครั้งบ้าง หรือวันละครั้งบ้างตามปริมาณของเสมหะน้อง และไป-กลับ บ้าน-โรงพยาบาล ตั้งแต่วันที่ 13-18 สิงหาคม ที่ไม่แอดมินเนื่องจากโรงพยาบาลไม่มีห้อง เพราะช่วงนี้โรคนี้ระบาดหนักมาก เด็กเป็นกันเยอะมากก เราก็คิดว่าลูกเรายังเป็นไม่เยอะ น่าจะไหวอยู่มาดูดเสมหะและกลับบ้านทุกวัน น่าจะช่วยได้

แต่ไม่เลยอาการก็ยังทรงๆ และช่วงกลางดึกวันที่ 18 น้องเริ่มมีไข้ เราเลยพาน้องมาหาหมอช่วงตี 5 ของวันที่ 19 เลย และแอดมิดตั้งแต่วันนั้นจนถึงปัจจุบัน

เดี๋ยวมาอธิบายว่าการรักษา พ่นยา เคาะปอด ดูดเสมหะช่วยอะไรและมีผลอย่างไร และถ้าเชื้อตัวนี้ลงปอดแล้วจะอันตรายกับน้องอย่างไร ยังไงแม่ๆ หากพบว่าลูกมีอาการดังกล่าวรีบพาไปพบคุณหมอนะค่ะ เพื่อเข้ารับการรักษาได้ตั้งแต่อาการเริ่มต้นและเชื้อยังไม่ลงปอด และถ้าเป็นเด็กเล็กแบบกะทิ จะมีโอกาสเป็นนานและหายช้ากว่าเด็กโตแล้วค่ะ ฉะนั้นควรรีบพาลูกไปพบคุณหมอตั้งแต่อาการเริ่มต้นนะค่ะ หากแม่ท่านไหนมีข้อสงสัย inbox มาได้นะค่ะ”

 อาการของโคไข้หวัด RSV (โรงพยาบาลสินแพทย์)

  1. ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะเริ่มแสดงอาการหลังจากสัมผัสเชื้อไวรัส 4-6 วัน โดยประมาณเด็กโตและผู้ใหญ่มักพบอาการไข้ต่ำๆ ไอแห้ง เจ็บคอ น้ำมูก คัดจมูก
  2. ในขณะที่ผู้ป่วยเด็กเล็กอาจมีอาการของการติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนล่าง เช่น หลอดลมฝอยอักเสบ (Bronchiolitis) และปอดอักเสบ (Pneumonia) ผู้ป่วยจะมีอาการไข้สูง ไอมาก หายใจเร็ว หอบ

ลูกเจ็บพ่อกับแม่เจ็บกว่า เพราะฉะนั้นควรดูแลสุขภาพลูกๆ ให้ดีนะคะ ขอขอบคุณคุณแม่น้องกะทิที่ได้นำประสบการณ์ที่มีประโยชน์มาเล่าสู่กันฟังนะคะ สำหรับวันนี้แอดมินขอลาไปก่อน แล้วพบกันใหม่กับคลับ HerKid รวมพลคนเห่อลูก ผู้นำด้านการแชร์ประสบการณ์เด็ดๆแม่และเด็กได้ทุกวัน คลับ HerKid เว็บนี้มีทั้งสาระและความบันเทิงนะคะ

ประสบการณ์จริงจาก : HerKid รวมพลคนเห่อลูก (คุณแม่น้องกะทิ)

อ่านประสบการณ์จริงอื่นๆ >>> พ่อแม่อย่านิ่งนอนใจ….เด็กไม่สบาย ไม่มีไข้ ใช่ว่าไม่เป็นไร!!

Comments