Amniocentesis

รู้หรือไม่ เจาะน้ำคร่ำมีประโยชน์มากกว่าที่คิด พ่อแม่หลายคนกังวลเกี่ยวกับการเจาะน้ำคร่ำ ห่วงในเรื่องความปลอดภัยทั้งคุณแม่และทารกในครรภ์ แต่ด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่มีความก้าวหน้า จึงทำให้ไว้วางใจในความปลอดภัยและเชื่อถือในผลลัพธ์มากขึ้น  วันนี้เราจึงมีข้อมูลดีๆ เกี่ยวกับไขความลับ “การเจาะน้ำคร่ำ” มีความสำคัญอย่างไร อันตรายต่อเด็กในครรภ์หรือไม่มาฝาก “HerKid รวมพลคนเห่อลูก“ ให้ได้มาศึกษาหาความรู้กันไปดูกันเลย

“การเจาะน้ำคร่ำ” คืออะไร

การเจาะน้ำคร่ำ คือ การเก็บตัวอย่างน้ำคร่ำในถุงน้ำคล่ำที่ห่อหุ้มตัวเด็กปริมาณน้อยว่า 1 ออนซ์หรือ 20 ซีซี  ด้วยวิธีใช้เครื่องอัลตราซาวด์ดูตำแหน่งของเด็กในครรภ์ และรก เพื่อหลีกเลี่ยงการเจาะผ่านรกและป้องกันการโดนร่างกายทารก โดยบริเวณที่เจาะห่างจากทารก 2 cm.  ทำความสะอาดผิวหนังหน้าท้องตรงตำแหน่งในการเจาะ การเจาะควรมีเครื่องอัลตราซาวด์ด้วย เพื่อรู้ตำแหน่งที่ชัดเจนยิ่งขึ้น รูที่เจาะบริเวณถุงน้ำคล่ำจะปิดได้เองโดยไม่มีรอยรั่วใดๆ

การเตรียมตัวคุณแม่ก่อน “เจาะน้ำคร่ำ”

  1. ก่อนเจาะน้ำคร่ำคุณแม่ไม่ต้องงดอาหาร  พักผ่อนให้เพียงพอ
  2. ก่อนเจาะน้ำคร่ำ 3 – 4 ชั่วโมง คุณแม่ควรดื่มน้ำมากๆ

อายุครรภ์เท่าไหร่จึงจะเหมาะแก่การ “เจาะน้ำคร่ำ”

  1. ควรเจาะน้ำคร่ำเมื่อมีอายุครรภ์ครบ 14 – 20 สัปดาห์ โดยในช่วงอายุครรภ์ครบ 18 สัปดาห์ จะมีความแม่นยำในการตรวจสูง เนื่องจากเป็นช่วงที่ร่างกายมีความพร้อม น้ำคร่ำในถุงน้ำคร่ำมีปริมาณที่พอดี  และสามารถคลำมดลูกทางหน้าท้องได้ง่ายที่สุดอายุครรภ์ในช่วงนี้จึงเหมาะแก่”การเจาะน้ำคร่ำ”

จุดประสงค์ของการ “เจาะน้ำคร่ำ”

  1. เพื่อตรวจหาความผิดปกติทางโครโมโซม / โรคอาจพบได้ในเด็กทารกขณะตั้งครรภ์
  2. เพื่อตรวจความผิดปกติของโครโมโซมร่างกาย อย่างเช่น ภาวะสมองไม่สมบูรณ์
  3. เพื่อตรวจความผิดปกติ/การติดเชื้อของน้ำคร่ำ
  4. สามารถบอกเพศชาย/หญิง ได้อย่างถูกต้องแม่นยำ
  5. ในกรณีที่มี”การเจาะน้ำคร่ำ”เพื่อตรวจหาความผิดปกติเมื่อมีอายุครรภ์ใกล้คลอด สามารถตรวจปัญหาที่คาดว่าจะเกิดขึ้นได้ อย่างเช่น การเจริญเติบโตของเด็กทารก หมู่เลือด หรือ การติดเชื้อ

“การเจาะน้ำคร่ำ” อันตรายสำหรับเด็กทารกในครรภ์หรือไม่

อันตรายหลังการเจาะน้ำคร่ำสำหรับเด็กทารกในครรภ์ เสี่ยงต่อการเเท้งร้อยละ 0.5 เกิดจากการติดเชื้อ ดังนั้นแล้วคุณแม่ที่ได้รับการเจาะน้ำคร่ำ ควรพักผ่อนให้เพียงพอ งดมีเพศสัมพันธ์ในช่วง 1 – 2 วันหลังทำการเจาะน้ำคร่ำ สังเกตอาการผิดปกติของตัวเอง อย่างเช่น ภาวะแทรกซ้อน เกิดขึ้นภายใน 24 – 48 ชั่วโมง หลังเจาะน้ำคร่ำ

ข้อแนะนำสำหรับคุณแม่ที่ควร “เจาะน้ำคร่ำ”

  1. คุณแม่ที่ตั้งครรภ์ตอนอายุมาก โดยเฉพาะอายุ 35 ขึ้นไป ควร”เจาะน้ำคร่ำ” เพื่อตรวจความผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นกับเด็กในครรภ์
  2. คุณแม่ที่มีประวัติคลอดลูกมีความผิดปกติของโครโมโซม
  3. มีประวัติเคยแท้ง
  4. ผลการตรวจเลือดผิดปกติ

ผลข้างเคียงของการ “เจาะน้ำคร่ำ”

  1. เกิดการติดเชื้อ พบร้อยละ 0.5
  2. คันบริเวณที่เจาะ
  3. รูที่เจาะเกิดมีน้ำไหลออกมา หรือรูที่เจาะรั่ว
  4. มีอากาศปวดท้อง

การเจาะน้ำคร่ำเป็นอีกช่องทางหนึ่งในการตรวจความผิดปกติของทารกที่มีความปลอดภัย สำหรับวันนี้ขอลาไปก่อน แล้วพบกันใหม่กับ “HerKid รวมพลคนเห่อลูก” ผู้นำด้านการแชร์ประสบการณ์เด็ดๆแม่และเด็กได้ทุกวัน คลับ HerKid เว็บนี้มีทั้งสาระและความบันเทิงนะคะ

เครดิตข้อมูล : HerKid รวมพลคนเห่อลูก

Comments