รูปภาพ3

คุณพ่อคุณแม่ทราบดีว่า การเลี้ยงลูกเล็กต้องดูแลอย่างใกล้ชิด เนื่องจากลูกยังไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ อันตรายจึงเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา แต่ด้วยหน้าที่การงานหรือเหตุสุตวิสัยทำให้พ่อแม่คลาดสายตาบางครั้งบางคราว การดูแลความปลอดภัยบริเวณรอบๆที่ลูกอยู่จึงช่วยป้องกันอันตรายได้ในระดับหนึ่ง วันนี้แอดมินจึงมีประสบการณ์ของคุณแม่น้องซูโม่คุณแม่ HerKid ของเรามาแชร์ประสบการณ์อุทาหรณ์เตือนใจ!!! เศษพลาสติกติดคอลูกน้อยมาฝากแม่ๆชาว HerKid รวมพลคนเห่อลูก ทุกคนค่ะ

คุณแม่น้องซูโม่ ได้กล่าวว่า “อุทาหรณ์ เตือนใจ แม่ๆ เผลอแปบเดียว ลูกชายเขา 9 เดือน หยิบเศษพลาสติกใส่ปาก แล้วเอาออกไม่ทัน เห็นว่าแกเคี้ยวๆ หยิบใส่ปาก กำลังจะหยิบออกจากปาก ล้วงคอ ออกมาแต่ไม่ทัน มันหายลงไปในคอแล้ว

เด็ก ก็ แค่กๆ เหมือนจะอ๊วก แต่มันไม่มีอะไร ออกมา มีแต่น้ำลาย ตกใจมาก ทำอะไรไม่ถูก ตั้งสติ ไป รพ. พาลูกหาหมอ แต่ดูเด็กปกติ ในระดับนึงแกร้องเป็นพักๆ ดูหายใจเป็นปกติอยู่ เหมือนมีอะไร ระคายคอมากกว่า น้ำลายท่วมไหล เลอะเทอะไปหมด

ไปถึง รพ. ตัดสินใจไปเอกชนกลัวว่าไป รพ.รัฐ จะรอคิวนานสักพักได้พบคุณหมอเฉพาะทางไม่ใช่หมอเด็กนะค่ะ คุณหมอใส่หมวกที่มีไฟฉายใช้ที่กดลิ้นให้น้องอ้าปากดู เบื้องต้นก่อน เด็กร้องโวยวายน่าดู คุณหมอบอกว่าเห็นแล้วๆเลยใช้อุปกรณ์คีบออกมาใช้เวลาไม่นาน ไม่กี่วินาทีหลุดออกมา อย่างที่เห็น

หมอบอกว่าดีนะที่แม่ไม่เอาอะไรให้น้องกิน เช่น น้ำ หรือ นม หวังจะให้น้องกลืน ไม่งั้นอาจจะไปติดพวกหลอดลม หรือ ระบบทางเดินหายใจ อาจทำให้เสียชีวิตได้

พอเอาออกมาได้ แม่ก็หายเครียด โล่งอกมาก เฮ้อ หมดค่าเสียหายไป870 บาท รพ.กรุงเทพ ก็ถือว่าไม่ แพงค่ะ ระวังนะคะ แม่ๆ ทุกคน ส่วนตัวต้องระวังมากขึ้น เพราะครั้งหน้าเราอาจไม่โชคดี แบบนี้ค่ะ” 

วิธีช่วยเหลือเมื่อมีสิ่งแปลกปลอมติดคอ (Sanook)

1. ภายในเวลาชั่วอึดใจ ให้ทำอย่างรวดเร็วคือ อาจลองอ้าปากส่องสำรวจให้เห็นวัตถุแปลกปลอม เพราะบางทีเป็นวัตถุเหนียวหรือใหญ่ที่ยังคาในช่องปากส่วนบนและสามารถล้วงเอาออกมาได้

>> ข้อแม้คือ : ถ้ามองไม่เห็นไม่แนะนำการล้วงควานหา เพราะบางครั้งอาจเป็นการดันให้สิ่งแปลกปลอมลงไปลึกกว่าเดิม

ถ้า “มองไม่เห็น” ไม่ควรรีรอให้เสียเวลา ไปสู่ข้อ 2 ทันที

2. “หัตถการเพื่อเพิ่มความดันในช่องอก” การเขย่า , จับห้อยหัวไม่อาจทำให้สิ่งแปลกปลอมหลุดออกมาจากหลอดลมได้

ข่าวดีคือ วัตถุอุดในหลอดลมที่เป็นท่อลม เราสามารถกดจากภายนอกเพื่อเพิ่มความดันในช่องอกให้สูงขึ้นแล้วความดันในหลอดลมก็จะสูงขึ้นตามจนดันวัตถุที่อุดอยู่ให้หลุดออกมาได้

3. เด็กอายุน้อยกว่า 1 ขวบ ให้ นอนหงายประคองด้วยแขนหรือหน้าตัก กดด้วยนิ้วสองนิ้วลงไปตรงๆ บริเวณกระดูกอกตรงกลาง 5 ครั้ง สลับคว่ำหน้าหันหัวลงประคองด้วยแขน และหน้าตักตบด้วยอุ้งมือกลางหลัง 5 ครั้ง

เศษพลาสติกนิดเดียวก็อันตรายคุณพ่อคุณแม่ต้องระวัง ขอขอบคุณคุณแม่น้องซูโม่ ที่ได้นำประสบการณ์ที่มีประโยชน์มาเล่าสู่กันฟังนะคะ สำหรับวันนี้แอดมินขอลาไปก่อน แล้วพบกันใหม่กับคลับ HerKid รวมพลคนเห่อลูก ผู้นำด้านการแชร์ประสบการณ์เด็ดๆแม่และเด็กได้ทุกวัน คลับ HerKid เว็บนี้มีทั้งสาระและความบันเทิงนะคะ

ประสบการณ์จริงจาก : HerKid รวมพลคนเห่อลูก (คุณแม่น้องซูโม่)

อ่านประสบการณ์จริงอื่นๆ >>> อุทาหรณ์!!! อันตรายเกิดขึ้นได้ทุกที่ พ่อแม่ต้องระมัดระวัง

Comments