รูปภาพ1

คุณแม่ท้องแรกไม่มีประสบการณ์ในการคลอดจึงวิตกกังวลกับการคลอดลูกด้วยวิธีต่างๆ เลือกไม่ถูกว่าจะคลอดแบบไหนดี การศึกษาข้อแตกต่างระหว่างคลอดธรรมชาติกับผ่าคลอดแบบไหนดีกว่ากัน จะช่วยให้คุณแม่ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น วันนี้แอดมินจึงมีประสบการณ์ของคุณแม่เมย์คุณแม่ HerKid ของเรามาแชร์ประสบการณ์ตรงเล่าประสบการณ์ตรง!! ข้อแตกต่างระหว่างคลอดแบบธรรมชาติกับผ่าคลอดมาฝากแม่ๆชาว HerKid รวมพลคนเห่อลูก ทุกคนค่ะ

คุณแม่เมย์ได้กล่าวว่า “ขอเล่าบทเรียนราคาอันแสนแพงค่ะแม่ๆ สำหรับคนที่เคยมีประสบการณ์กับยังไม่เคยนะคะ คือเราท้อง 2 ท้องแรกคลอดธรรมชาติ

พอคลอดน้องเสร็จการเปลี่ยนแปลงหลังคลอด คือ น้องอึ 2-3 ครั้งหลังคลอดได้ 7 ชม. น้ำนมแม่ก็เริ่มมาอาการคัดเต้าเต็มที่แต่ยังไม่ไหลค่ะ แต่ก็ให้น้องกระตุ้นช่วยดูดเป็นระยะ ก็มีมาค่ะ ให้น้องกินนมแม่ปกติน้องก็อึจากสีเทาเป็นสีเหลือง ครบ3วันหมอเจาะค่าเหลืองน้องไม่เหลืองกลับบ้านได้ค่ะ

ต่อค่ะ ท้องที่สองค่ะ เราผ่าคลอด เนื่องจากน้องตัวใหญ่คลอดเองไม่ได้ หลังผ่าเสร็จผ่านไป 4 วันน้ำนมก็ยังไม่มา ฟื้นตัวก็ช้ากว่าคลอดธรรมชาติ เดินแทบไม่ได้ก้าวได้ทีละก้าวแต่ก็ฝืนเดินไม่อย่างนั้นอวัยวะภายในจะไม่เข้าที่จะเป็นพังผืดได้

เจ็บแผลผ่าเราจะได้รับยามอฟีนทุกๆ 6 ชม. แค่ 3 ครั้งแล้วแต่หมอให้นะคะ ลูกก็ไม่ได้กินนมแม่ ต้องกินนมผง ข้อดีคือน้องอิ่มท้อง ข้อเสียคือไม่ค่อยถ่าย ถ่ายทีแข็ง จนน้องตัวเหลืองเข้าตู้ส่องไฟ

ออ!!อีกอย่างค่ะแม่ๆ เราไม่รู้เลยว่าจำพวกเค้กเนยนมหลังคลอดห้ามกิน เราจัดชุดใหญ่หลังจากที่งดน้ำงดอาหาร 36 ชม.หมอก็ให้กินได้ แรกเริ่มกินน้ำข้าวต้ม และมาก็ข้าวต้มเป็นเม็ด ต่อมาก็ทั่วไปเราเลยกินขนมเค้กไปเยอะ ( จำพวกเค้กเนยนม ทำให้ท่อน้ำนมอุดตันนะแม่ๆ ) เราก็เพิ่งรู้ค่ะ ต้องมานั่งเสียตังค์เพิ่งจ่ายค่านวดเปิดท่อน้ำนมอีก 

เป็นประสบการณ์ที่ทำให้เราจดจำเลยค่ะ คลอดธรรมชาติ คือสิ่งที่ดีที่สุดดีต่อแม่คือฟื้นตัวเราน้องได้กินนมด้วย ผ่าคลอด คือสิ่งที่แย่ที่สุดสำหรับเรา ฟื้นตัวช้าทรมาน แถมลูกไม่ได้กินนม ตัวเหลืองอีก อาจจะเป็นเคสบายเคส แต่เราคิดว่าส่วนมากที่แม่เคยคลอดเอง แล้วมาผ่าจะเจอแบบเรา ค่อนข้างเยอะ

การปฏิบัติตัวภายหลังคลอด (Bangkok Hospital)

1. การปฏิบัติตัวทั่วไป

ระยะหลังคลอด อวัยวะต่าง ๆ ที่มีการเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ระยะตั้งครรภ์จะเริ่มกลับคืนมาสู่สภาวะปกติ แต่การเปลี่ยนแปลงบางอย่างก็ไม่สามารถเปลี่ยนกลับไปเหมือนเดิมได้ เช่น ท้องลาย รูปร่าง การเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ หลังคลอดใช้เวลาประมาณ 6 สัปดาห์ ก็จะหยุดการเปลี่ยนแปลง

2. คุณแม่หลังคลอดสามารถทำอะไรได้บ้าง ?

  • งานบ้าน สามารถทำงานบ้านเบา ๆ เช่น กวาดบ้าน เช็ดถูโต๊ะได้ แต่งานหนัก เช่น ยกของ ควรงดเว้น
  • การรับประทานอาหาร ควรรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ให้ครบทุกหมู่และผักผลไม้ที่มีกากใยเพื่อป้องกันอาการท้องผูก

  3. การดูแลแผล

  • แผลฝีเย็บ สามารถล้างทำความสะอาดได้ตามปกติ
  • แผลผ่าตัดคลอด อาจมีอาการชาบริเวณเหนือแผลผ่าตัด

4. การพักผ่อน ควรพักผ่อนให้มากๆ

5. การดูแลน้ำคาวปลา วันแรก ๆ น้ำคาวปลาจะมีลักษณะเป็นเมือกสดแล้วเปลี่ยนเป็นเลือดเก่าๆ ต่อมามีเลือดจางลงเป็นน้ำคาวปลาใด ๆ และควรจะหมดไปในระยะเวลาไม่เกิน 2 สัปดาห์ ถ้ากลังจาก 2 สัปดาห์แล้ว น้ำคาวปลาจะมีสีแดง ควรปรึกษาแพทย์เพราะอาจเกิดการอักเสบหรือมีเศษรกตกค้างในมดลูกได้

6. การมีเพศสัมพันธ์ ควรงดการมีเพศสัมพันธ์ประมาณ 2 เดือน เนื่องจากหลังคลอดผนังช่องคลอดอาจบางเนี่องจากผลของฮอร์โมนจากการตั้งครรภ์

 7. การให้นมบุตร

  • น้ำนมแม่ มีสารอาหารครบถ้วนและสัดส่วนที่เหมาะสม มีภูมิคุ้มกันโรคติดเชื้อต่าง ๆ สะอาดปลอดภัย ลดอาการท้องผูกในเด็ก และช่วยลดภาวะการตกเลือดหลังคลอด มดลูกแห้งเร็ว หน้าท้องจะลดลงเป็นปกติได้เร็ว ทรวดทรงเข้าที่ได้เร็ว
  • ท่าอุ้มในการให้นม ควรนั่งเก้าอี้อยู่ในท่าสบาย ทั้งแขนและหลังเพื่อป้องกันอาการปวดหลัง และอาการอ่อนล้าจาการให้นมบุตร ในบางกรณีคุณแม่ไม่สามารถให้นมแม่ได้ นมผงดัดแปลงสำหรับทารก (Infant formula) ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง

8. การเก็บนม

ในคุณแม่ซึ่งมีน้ำนมมาก หรือต้องกลับไปทำงาน อาจมีปัญหาในการเก็บรักษา ปกติแล้วนมแม่สามารถเก็บได้ที่อุณหภูมิห้องประมาณ 6 ชม. ในตู้เย็นธรรมดา 24 ชม0 ในช่องแข็ง 2 สัปดาห์ ในตู้แช่แข็งประมาณ 3 เดือน เมื่อเราต้องการใช้น้ำนมแช่แข็งเลี้ยงทารก หลังจากละลายแล้ว สามารถเก็บไว้ในตู้เย็น 12 ชม.

9. การวางแผนครอบครัว

ปกติควรงดการมีเพศสัมพันธ์ 6-8 สัปดาห์หลังคลอด และปรึกษาการวางแผนครอบครัว เมื่อกลับมาตรวจหลังคลอด ซึ่งอาจเป็นการใช้ยาเม็ดคุมกำเนิน แผ่นแปะคุมกำเนิด ห่วงอนามัย หรือถุงยางอนามัย หรือ ผ่าตัดทำหมันหลังคลอดทันที ในกรณีที่มีบุตรเพียงพอแล้ว หรือกลับมาทำภายหลังคือผ่าตัดทำหมันผ่านกล้องซึ่งเจ็บตัวน้อยและฟื้นตัวไว

คุณแม่หลังคลอดหมั่นดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง ขอขอบคุณคุณแม่เมย์ที่ได้นำประสบการณ์ที่มีประโยชน์มาเล่าสู่กันฟังนะคะ สำหรับวันนี้แอดมินขอลาไปก่อน แล้วพบกันใหม่กับคลับ HerKid รวมพลคนเห่อลูก ผู้นำด้านการแชร์ประสบการณ์เด็ดๆแม่และเด็กได้ทุกวัน คลับ HerKid เว็บนี้มีทั้งสาระและความบันเทิงนะคะ

ประสบการณ์จริงจาก : HerKid รวมพลคนเห่อลูก (คุณแม่เมย์)

อ่านประสบการณ์จริงอื่นๆ >>> ประสบการณ์ตรง!! ลูกเป็นปอดอักเสบติดเชื้อไวรัส RVS ไวรัสตัวร้าย

Comments