รูปภาพ2

การปฐมพยาบาลเบื้องต้นช่วยให้หายใจ มีวิธีอย่างไร วันนี้แอดมินจึงมีประสบการณ์ของคุณแม่Sornwaneeคุณแม่ HerKid ของเรามาแชร์ประสบการณ์ประสบการณ์ตรง!! คุณแม่มีสติ ปฐมพยาบาลเบื้องต้นช่วยลูกได้ทัน มาฝากแม่ๆชาว HerKid รวมพลคนเห่อลูก ทุกคนค่ะ

คุณแม่Sornwanee ได้กล่าวว่า “มีเรื่อง มาเล่าสู่กันฟัง พร้อมกับขอคำแนะนำ จากแม่ๆค่ะ ขอความกรุณา อ่านจบอย่าด่านะคะ เขาอ่อนไหวง่าย ตัดสินใจอยู่2วันถึงกล้ามาเล่า ในนี้ เพราะกลัวมาม่า เรื่องมีอยู่ว่า เราเป็นแม่ค้าขายของตลาดนัด ในทุกๆวันเราจะไปตลาดกับลูกชายและลูกสาว แฟนทำงาน เมื่อ2วันที่แล้วเราขับรถไปตลาดปกติไปถึงตลาดก็จอดรถ คุยกับคนจัดตลาด โดยที่ยังไม่ดับเครื่องรถ แล้วเจ้าลูกชายตัวแสบ (1ขวบ1เดือน16วัน)เล่นเกียร์รถ พร้อมกับร้องงอแง เราเลยใช้มือตีไปที่แขนน้อง2ที่ น้องร้องจ๊าก แต่เสียงไม่ออก ร้องกลั้นนั้นเอง แล้วงายหลังไปเลย แล้วตัวน้องก็เขียว แขนขาเกร็งไปหมด ไม่ยอมหายใจ เสียงร้องก็ไม่ออกมา

แม่ตกใจมากๆทำอะไรไม่ถูกเลย ทั้งเขย่า ทั้งเรียก น้องก็ไม่ยอมฟื้น แม่ตัดสินใจบีบจมูก เป่าปาก พร้อมกับเขย่าน้อง น้องหายใจเฮือกขึ้นมา แต่เสียงยังไม่มา ยังหายใจเบาๆ แม่เลยเรียกน้อง แล้วหยิกที่เท้าน้องให้น้องร้องออกมา น้องร้องจริงๆเลือดในตัวเริ่มมาตัวเริ่มอุ่น แม่ใจชื่นขึ้นมา ร้องไห้เหมือนคนบ้าคนเดียวในรถ ดีที่มีสติ ไม่อย่างนั้นคงเสียลูกไปเป็นแน่

มาเล่าให้ฟัง หวังแค่เป็นบทเรียนเผื่อคนอื่นเจอเหมือนแม่ แล้วสิ่งที่อยากได้คือคำแนะนำ เพราะมีคนบอกแม่ว่าอาการของน้องคือโรคชนิดหนึ่งจริงไหมคะ หรือมันเป็นนิสัย แต่เขาไม่เคยเป็นนะ แม่เลี้ยงลูกมา3คนไม่เคยเจอ มาเจอกับคนเล็กนี้แหละค่ะ”

วิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้นช่วยในการหายใจ(Kapook)

          1. การช่วยหายใจแบบปากต่อปาก (Mouth-to-Mouth) ผู้ช่วยเหลือสูดลมเข้าให้เต็มที่ แล้วประกบปากของผู้ช่วยเหลือเข้ากับปากของผู้ป่วยให้สนิท ใช้นิ้วบีบจมูก ทำการสูดลมเข้าปอดด้วยปริมาตรเท่าปกติ โดยเป่าลากยาวนานกว่า 1 วินาที ในขณะเป่าลม ควรใช้ตาชำเลืองดูบริเวณทรวงอกของผู้ป่วยว่ามีการขยับหรือไม่ เพื่อเป็นการประเมินประสิทธิภาพของการช่วยหายใจ หากผู้ป่วยมีชีพจร แต่ต้องการการช่วยหายใจ ให้ทำการช่วยหายใจในอัตรา 5-6 วินาทีต่อครั้ง (10-12 ครั้งต่อนาที)

ทั้งนี้ ไม่จำเป็นต้องสูดลมเข้าสุดเพื่อป้องกันการเกิดอาการหน้ามืด เวียนศีรษะของผู้ช่วยเหลือ และป้องกันภาวะ overinflation ของผู้ป่วย

  2. การช่วยหายใจแบบปากต่อจมูก (Mouth-to-Nose) ในกรณีที่ผู้บาดเจ็บมีอาการบาดเจ็บที่ปาก หรือในกรณีที่เป็นเด็กเล็ก ให้ใช้วิธีปิดปากผู้บาดเจ็บแล้วปล่อยลมหายใจของเราเข้าทางจมูกผู้บาดเจ็บแทน โดยให้ทำการช่วยหายใจในอัตรา 5-6 วินาทีต่อครั้ง (10-12 ครั้งต่อนาที)

 3. การช่วยหายใจโดยใช้อุปกรณ์ช่วยหายใจขั้นสูง (Advanced Airway) ในกรณีที่ผู้ป่วยใส่อุปกรณ์ช่วยหายใจขั้นสูงแล้ว แนะนำให้ช่วยหายใจในอัตรา 1 ครั้งทุก ๆ 6-8 วินาที (8-10 ครั้งต่อนาที)

หากเด็กมีอาการดั้นให้พ่อแม่ปฐมพยาบาลเบื้องต้นทันที ขอขอบคุณคุณแม่Sornwanee ที่ได้นำประสบการณ์ที่มีประโยชน์มาเล่าสู่กันฟังนะคะ สำหรับวันนี้แอดมินขอลาไปก่อน แล้วพบกันใหม่กับคลับ HerKid รวมพลคนเห่อลูก ผู้นำด้านการแชร์ประสบการณ์เด็ดๆแม่และเด็กได้ทุกวัน คลับ HerKid เว็บนี้มีทั้งสาระและความบันเทิงนะคะ

ประสบการณ์จริงจาก : HerKid รวมพลคนเห่อลูก (คุณแม่Sornwanee )

อ่านประสบการณ์จริงอื่นๆ >>> อุทาหรณ์!! อุ้มลูกพาดบ่าข้างเดียวเป็นเหตุให้ลูกคอเอียง

Comments