1

ขณะท้องสามารถทานอาหารทะเลได้หรือไม่ วันนี้เราจึงมีข้อมูลดีๆ เกี่ยวกับไขคำตอบ!! คนท้องทานอาหารทะเลได้หรือไม่มาฝาก “HerKid รวมพลคนเห่อลูก“ ให้ได้มาศึกษาหาความรู้กันไปดูกันเลย

คุณแม่ตั้งครรภ์มักพบกับปัญหาการเลือกทานอาหาร มีสมาชิกเพิ่มมาอีกหนึ่งคนในท้องอาหารการกินจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก จะทานอย่างไรให้ได้สารอาหารครบถ้วน มีประโยชน์ต่อเด็กในครรภ์ และที่สำคัญที่คุณแม่ต้องคำนึงถึงก็คืออาหารต้องห้ามอีกหลายอย่างที่เป็นความเชื่อบอกต่อๆกันมา อย่างเช่นอาหารทะเลคนตั้งครรภ์ไม่สามารถทานได้  เป็นเพราะอะไร ทำไมคนตั้งครรภ์ถึงไม่สามารถทานอาหารทะเลได้ มีรายละเอียดดังนี้

1. ขณะตั้งครรภ์ “สามารถทานอาหารทะเล” ได้หรือไม่

ขณะตั้งครรภ์คุณแม่สามารถทานอาหารทะเลได้ปกติ เนื่องจากอาหารทะเลมีสารอาหารจำพวกโปรตีน เกลือแร่ และกรดไขมันที่จำเป็น  แต่ต้องเลือกทานอาหารทะเลที่มีประโยชน์และได้สารอาหารที่ครบถ้วนจริงๆ เพราะอาหารทะเลบางชนิดมีผลกระทบต่อเด็กในครรภ์

2. ประโยชน์ที่ได้รับจากอาหารทะเล

อาหารทะเลมีประโยชน์ต่อคนทานมาก เพราะเป็นแหล่งรวบรวมโปรตีน เกลือแร่ กรดไขมันที่จำเป็นและยังมีกลุ่มไขมันชนิดไม่อิ่มตัว เป็นกลุ่มไขมันที่ร่างกายต้องการ

กลุ่มไขมันไม่อิ่มตัว ที่ร่างกายต้องการมีประโยชน์อย่างไร  คือ เป็นกรดไขมันที่ช่วยในด้านพัฒนาการทานด้านระบบประสาท สมอง และสายตา ที่สำคัญยังช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้ทำงานมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น จึงเหมาะสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์อย่างมาก 

กรดไขมันที่ช่วยเสริมสร้างการทำงานของระบบต่างๆภายในร่างกาย คือ กรดไขมันDHA หรือรู้จักกันดีในนามว่า ( โอเมก้า 3 ) และ( โอเมก้า 6 )  กรดไขมันเหล่านี้พบมากในอาหารทะเล ปลาทู ปลาเเซลมอน  คุณแม่จึงควรทานอาหารทะเลเพื่อเสริมสร้างการทำงานของระบบต่างๆภายในร่างกาย 

3. อาหารทะเลที่ “ควรหลีกเลี่ยง” มีอะไรบ้าง 

3.1 หอย  หอยเป็นอาหารทะเลชนิดหนึ่ง สาเหตุที่คุณแม่ควรหลีกเลี่ยงก็เพราะว่า

     1. ทำความสะอาดยาก  หอยเป็นอาหารทะเลที่ทำความสะอาดยากมากๆ หากทำความสะอาดไม่ดีพอแล้วคุณแม่ทานเข้าไป ท้องเสีย  ได้รับเชื้อ เสี่ยงมากๆที่จะเกิดอันตรายต่อเด็กในครรภ์และตัวคุณแม่เอง

     2. มีปริมาณไขมันสูง  หากคุณแม่ทานหอยในปริมาณมากๆ ส่งผลให้คุณแม่เป็นโรคอ้วน ซึ่งเป็นโรคที่ไม่เป็นผลดีต่อเด็กในครรภ์ เพราะอาจมีโรคแทรกซ้อนโรคอื่นๆตามมาได้

ข้อแนะนำในการทานหอย 

สำหรับคุณแม่ที่อยากทานหอย ควรนำหอยมาทำความสะอาด ปรุงให้สุก เป็นวิธีเดียวที่คุณแม่มั่นใจได้ว่าได้ทานหอยอย่างปลอดภัยและไม่ส่งผลกระทบใดๆต่อเด็กในครรภ์

3.2 เนื้อปลาดิบ 

เนื้อปลาเป็นอาหารที่มีประโยชน์และส่งผลดีต่อตัวคุณแม่และเด็กมากมาย แต่หากทานเนื้อปลาดิบๆ อย่างเช่น ซูชิ สเต็กที่ไม่สุก เนื้อปลาดิบเหล่านี้สามารถกลับมาทำร้ายคุณแม่และเด็กในครรภ์ได้โดยตรง และเสี่ยงต่อพยาธิ เสี่ยงต่อสารปนเปื้อนที่เป็นเชื้อก่อโรคต่างๆมากมาย หากคุณแม่ได้รับสารปนเปื้อนเหล่านั้นจะส่งผลให้มีอาการถ่ายเป็นน้ำ ปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน คุณแม่จึงควรปรุงให้สุกก่อนรับประทาน 

4. ข้อแนะนำในการเลือกทานอาหารทะเล

     1. เลือกทานอาหารทะเลที่สด สะอาด ปลอดภัย ผ่านกรรมวิธีปรุงให้สุกก่อนรับประทาน

     2. การปรุงให้สุกก่อนรับประทาน เป็นการระมัดระวังผลกระทบที่ตามมาและเป็นการฆ่าเชื้อโรคที่ปนเปื้อนมากับอาหารทะเล

     3. รับประทานในปริมาณที่พอดี อาหารทะเลมีประโยชน์ต่อคนท้องก็จริง แต่คุณแม่ต้องทานในปริมาณที่เพียงพอและพอดี ในหนึ่งวันควรทานอาหารทะเลหนึ่งมื้อ และในหนึ่งสัปดาห์ควรทานอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 ครั้ง โดยอาหารทะเลที่ต้องจำกัดปริมาณมากที่สุดคือ กุ้ง หอย ปู เพราะเป็นอาหารทะเลที่มีคอเลสเตอรอลสูง

5. ปริมาณอาหารทะเลที่คุณแม่ควรได้รับ 

อาหารทะเลเป็นอาหารที่อุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายและพัฒนาการของเด็กในครรภ์  แต่ต้องจำกัดปริมาณในการกินโดยเฉพาะ หอย กุ้ง ปู ที่มีคอเลสเตอรอลสูง หากทานในปริมาณมากๆอาจส่งผลกระทบต่อคุณแม่ทำให้เกิดโรคอ้วน แต่เกิดโรคแรกซ้อนตามมา ดังนั้นแล้วปริมาณอาหารทะเลที่คุณแม่ควรได้รับคือ ในหนึ่งสัปดาห์ควรทานอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 ครั้ง เท่านั้น

แม่ๆที่วิตกกังวลเรื่องการทานอาหารทะเล ลองนำข้อมูลเรานี้ไปเป็นส่วนหนึ่งในการตัดสินใจดูนะคะ  สำหรับวันนี้ขอลาไปก่อน แล้วพบกันใหม่กับ “HerKid รวมพลคนเห่อลูก” ผู้นำด้านการแชร์ประสบการณ์เด็ดๆแม่และเด็กได้ทุกวัน คลับ HerKid เว็บนี้มีทั้งสาระและความบันเทิงนะคะ

เครดิตข้อมูล : HerKid รวมพลคนเห่อลูก

Comments