รูปภาพ1

อาการเล็กๆน้อยๆของลูกน้อยที่พ่อแม่ควรสังเกต วันนี้แอดมินจึงมีประสบการณ์ของคุณแม่เดียร์คุณแม่ HerKid ของเรามาแชร์ประสบการณ์ คุณแม่เล่าประสบการณ์!!! เรื่องอึ เรื่องใหญ่ที่ไม่ควรมองข้าม มาฝากแม่ๆชาว HerKid รวมพลคนเห่อลูก ทุกคนค่ะ

คุณแม่เดียร์ ได้กล่าวว่า “ขอขอบคุณแทนคุณแม่และน้องมากๆนะคะที่หลายคนส่งกำลังใจเข้ามาให้ ต่อจากเมื่อวานนะคะ พอดีลงใต้คอมเม้นท์ไม่ได้ ลิ้งค์โพสต์เก่านะคะ

www.facebook.com/groups/HerKid/permalink/1568818836542885

น้องต้องไปนอนรอ 1 คืน เพื่อที่จะรอทำ Disidaในวันที่ 17 มกราคม การทำ Disida เดียร์ขออธิบายแบบเข้าใจง่ายๆคือ คล้ายๆกับการอัลตร้าซาวด์แต่เป็นการถ่ายรูปหลายๆ ช็อต เผื่อที่จะดูว่าน้ำดีน้องหยดลงมาที่ลำไส้หรือป่าว

ในวันที่ 16 ก็ไม่มีอะไรมากก็จะมีนักศึกษาแพทย์มาซักประวัติน้องนิดหน่อยและ ช่วงเย็นมีคุณหมอ GI มาตรวจ และบอกให้งดนมตั้งแต่ เที่ยงคืน เพื่อที่จะไปตรวจตอนเช้า มันเป็นช่วงที่ทรมารมากน้องร้องตลอดเวลา แต่กินนมไม่ได้ จนไม่ร้อง ไม่รู้จะทำไง ตอนแรกเอานิ้วพันผ่าอ้อมให้ดูดซักพักพยายาม ลองเอาจุกนม ยัดสำลีมาให้ ลูกก็ดูดๆพอซักพักรู้สึกตัวก็ร้องจ๊ากขึ้นมากอีก ร้องจนหลับ จนตื่นมาร้องใหม่ ร้องแล้วร้องอีก จนเวลาตรวจก็มาถึง 9 โมงเช้า รถเข็นมารับเพื่อพาไปตรวจ

เครื่องตรวจมันจะคล้ายๆ ทำ MRI แค่ไม่ได้เป็นอุโมงขนาดนั้นเวลาตรวจจะต้องให้น้องนอนแล้วเราก็คอยจับไว้ น้องก็ร้องเพราะหิว การตรวจทั้งหมด ทำ 4-5 รอบถ้าจำไม่ผิด รอบแรกใช้เวลา 15 นาที แล้วเว้น 1 ชั่วโมง  เข้าไปรอบที่ 2 ใช้เวลา 30 นาที เว้นหนึ่งชั่วโมง รอบที่ 3 ตรวจ 30 นาที

หลังจากรอบที่ 3 เค้าให้น้องทานนมได้ ซึ่งตอนนั้นก็เกือบๆบ่ายโมง เท่ากันน้องอดนมไป 12 ชั่วโมง เราพยายามถามเจ้าหน้าที่ว่าผลเป็นยังไง มีน้ำดีหยดลงมาหรือป่าว  เจ้าหน้าที่ก็ไม่ตอบ บอกต้องรอหมอดูและวินิจฉัย ตอนนั้นเครียดมาก พยายามดูแต่จอแสดงผล จ้องทุกตัวหนังสือ แต่ก็ดูไม่รู้เรื่องอยู่ดี จนน้องตรวจเสร็จ เกือบๆ บ่าย 3 ก็กลับไปที่วอร์ด รอจนเย็น มีนักศึกษาแพทย์เข้ามา เราก็ถามว่า ผลการตรวจน้องเมื่อเช้าเป็นอย่างไงบ้างคะ นักศึกษาแพทย์ก็บอกว่า เท่าที่ดูตอนนี้คือ ไม่เห็นน้ำดีหยดนะคะ

แต่ต้องรอให้ครบ 24 ชั่วโมง คือ พรุ่งนี้เช้าต้องไปสแกนอีกรอบ  อดนมเหมือนเดิม อดเที่ยงคืน ตรวจ 9 โมงเช้า เช้าวันที่ 18 มกราคม มีรถเข็นมารับไปห้องตรวจเหมือนเดิม แต่รอบนี้ทำแค่ครั้งเดียว ตรวจเสร็จประมาณ 10 โมง น้องก็ทานนมได้ และ ก็รอผล ในใจตอนนั้นคิดว่าน้องเป็นท่อน้ำดีตีบแน่ๆ เท่าที่ดูอาการ กับศึกษาข้อมูลมาคือมันตรงทุกอย่าง ในใจทำใจไว้แล้วว่าน้องจะต้องผ่าตัด 80%

แต่พอบ่ายแก่ๆ หมอมาแจ้งว่า น้ำดีมันไม่ลงมา น้องจะต้องทำการผ่าพรุ่งนี้ คือวันที่ 19 มกราคม เราช็อคไปชั่วขณะ พอได้ยินหมอพูดจบ เราก็บอกแม่ว่าเดียวมานะจะลงไปไว้พระข้างล่าง เราเดินลงไปร้องไห้ไปสงสารลูก กลัวไปหมดทุกอย่าง เดินวนวนมา ว่าจะไปไหว้พระ แต่ก็ไม่รู้ทำไมเดินวนไปวนมา จนตั้งสติได้ก็ไหว้พระ แล้วขึ้นไปหาลูก มองลูกน้ำตาก็ไหล ในใจนึกเค้าจะรู้มั้ยน๊าว่าพรุ่งนี้เค้าจะต้องผ่าตัดใหญ่

จนตอนเย็นหมอมาคุยบอกอีกรอบน้องผ่าพรุ่งนี้ 9 โมงเช้านะคะ งดนมตอนตี3 วันนั้นทั้งวันเป็นวันที่สีเทาไปหมดบอกไม่ถูก ตกเย็นน้องงอแงมาก นอนน้อย แล้วน้องมานอนเอาตอน เกือบตี2 แต่ตี3 น้องต้องงดนม ตี2:45 เราลุกขึ้นมาปลุกลูกให้กินนม แต่ด้วยความที่เค้าเพิ่งกินไปตอนตี 2 น้องก็ไม่ยอมกิน เราพยายามปลุก ยัดปาก สะกิดแก้มก็ไม่ยอมดูด ในใจกินซิลูกเดี๋ยวหนูจะไม่ได้กินอีกหลายวันนะ แต่น้องก็ไม่ยอมกิน

จนตี3 พยาบาลเห็นเดินมาบอกว่าคุณแม่ต้องให้น้อง งดนมแล้วนะคะ เราก็แอบยัดให้กินอยู่จนตี 3.15 น้องไม่กินเลยพานอนต่อ แต่รอบนี้น้องหลับยาวจนถึง 6 โมงเช้าพยาบาลมารับตัวน้องไปทำความสะอาดร่างกาย เปลี่ยนชุดเพื่อที่จะเตียมเข้าห้องผ่าตัด

ช่วงนั้นน้องตื่นมาร้องนิดหน่อย แต่เราก็เอาจุกนมยัดสำลี ให้น้องดูดก็หลับไปจนถึงเวลา 9 โมง มีรถเข็นมารับ เราอุ้มลูกไป ตลอดทาง เราบอกเขา แม่รอหนูอยู่นะ หนูเข้าไปผ่านะ จะได้หาย ไม่ต้องกลัวนะ ต้องเข้มแข็งแม่อยู่ข้างๆหนู จะรอหนูอยู่หน้าห้องนะลูกแล้วก็ถึงหน้าห้องผ่าตัด

เจ้าหน้าที่บอกว่า ให้เราเปลี่ยนชุด จะให้คุณแม่อุ้มน้องไปส่งถึงเตียงเลยค่ะ เราเข้าไปอุ้มเขาลงเตียงผ่า ตอนนั้นอยากร้องไห้สุดๆ แต่กลั้นไว้เพราะกลัวน้ำตาจะหล่นใส่ลูก (กลัวจะไม่ปลอดเชื้อ) ไม่รู้คิดมากไปเองหรือป่าว

พอถึงเตียงที่ผ่า หมอ วิสัญญี ก็บอกว่า เดี๋ยวจะ ให้น้องดมยาสลบ เราก็ออกมาจากห้อง หมอที่จะผ่าน้องก็ออกมานั่งคุยอธิบายเกี่ยวกับขั้นตอนการผ่าว่า จะเจาะรูที่ท้องน้องก่อน แล้วจะลองฉีดสีลงไป ว่าสีสามารถผ่านลงไปทางท่อน้ำดีได้ไหมถ้าผ่านได้ก็ปิดแผลแล้วก็เสร็จ

แต่ถ้าฉีดแล้วไม่เห็นสีลงมาที่ท่อน้ำดี หมอก็จะทำการผ่าแบบ kasai เป็นการผ่าตัดเพื่อให้น้ำดีสามารถไหลลงลำไส้ได้โดยตรง  คือการเลาะท่อน้ำดีที่ตีบออกแล้วนำลำไส้เล็กมาต่อกับขั้วตับเลย (อันนี้ตามที่หมออธิบายและคุณแม่เข้าใจนะคะ)

หมอบอกว่าถ้าแค่เจาะ แล้วฉีดสีใช้เวลาประมาณ 1-2 ชั่วโมง ถ้าน้องไม่ต้องผ่าต่อก็ออกจากห้องผ่าตัดได้เลย พอคุณหมออธิบายเสร็จเราก็ออกมาจากห้องมานั่งรออยู่ข้างหน้า เวลาผ่านไป 1 ชั่วโมงกว่าๆ เจ้าหน้าที่ประกาศเรียกชื่อเรา เรารีบพุ่งตัวเข้าไปที่เค้าเตอร์ เจอหน้าคุณหมอที่ผ่าน้อง คุณหมอออกมาแจ้งว่า ฉีดสีแล้วไม่ลงค่ะน้องต้องผ่าตัดใหญ่ ใช้เวลาประมาณ 6-8 ชั่วโมง (ต้องขอโทษด้วยค่ะ วันนี้ขอพอแค่นี้ก่อนนะคะ เด๋วมาเขียนต่อ) ”

ระวังอาการลำไส้อุดตันในเด็ก  ( Kapook )

1. ลูกอาเจียนพุ่งเกือบทุกครั้งที่กินนม บางครั้งอาจมีอาเจียนเป็นน้ำดีปนร่วมด้วย ซึ่งขึ้นกับตำแหน่งของ การอุดตัน คือ เกิดการอุดตันที่ลำไส้เล็ก มักมีอาการปวดบิดเกร็งเป็นพัก ๆ บริเวณรอบ ๆ สะดือและอาเจียนพุ่งรุนแรงติด ๆ กัน มักมีเศษอาหารหรือน้ำดีออกมา

เกิดการอุดตันที่ลำไส้ใหญ่ มักไม่มีอาการอาเจียนหรือไม่มีเพียงเล็กน้อย ไม่ผายลม มีอาการท้องอืด ซึ่งอาจไม่ชัดเจนในระยะแรก แต่ต่อมาจะค่อย ๆ มีมากขึ้น นอกจากนี้ไม่ว่าการอุดตันจะเกิดตรงตำแหน่งใด ๆ ถ้าการอุดตันเป็นไปอย่างสมบูรณ์ มักจะมีอาการท้องผูกร่วมด้วยเสมอ

2. ไม่ถ่ายขี้เทาหรือมีความผิดปกติในการถ่ายขี้เทา ไม่ว่าจะเป็นถ่ายขี้เทาช้ากว่าปกติหรือปริมาณน้อยและสีซีดกว่าปกติ

3. ไม่ค่อยถ่ายหรือผายลม เหมือนเด็กปกติ ท้องอืด ซึ่งอาการมักเกิดขึ้นให้เห็นผิดสังเกตประมาณ 2-3 วัน

4. เลี้ยงไม่โต น้ำหนักตัวขึ้นไม่ดีหรือลดลง

อาการข้างต้นนี้ถ้าเป็นอยู่หลายวัน เด็กมักมีภาวะขาดน้ำ และอาจมีภาวะช็อก (เหงื่อออก ตัวเย็น กระสับกระส่าย ชีพจรเบาเร็ว ความดันตก ปัสสาวะออกน้อย) บางครั้งอาจมองเห็นการเคลื่อนไหวของลำไส้ที่หน้าท้อง และอาจคลำได้ก้อนที่บริเวณส่วนที่ปลายของกระเพาะอาหาร ซึ่งถ้าไม่ได้รับการรักษา เด็กจะมีภาวะขาดน้ำ ซึมชัก และเสียชีวิตได้

 เรื่องอึไม่ใช่เรื่องไกลตัว ยิ่งมีลูกน้อยยิ่งต้องใส่ใจ ขอขอบคุณคุณแม่เดียร์ ที่ได้นำประสบการณ์ที่มีประโยชน์มาเล่าสู่กันฟังนะคะ สำหรับวันนี้แอดมินขอลาไปก่อน แล้วพบกันใหม่กับคลับ HerKid รวมพลคนเห่อลูก ผู้นำด้านการแชร์ประสบการณ์เด็ดๆแม่และเด็กได้ทุกวัน คลับ HerKid เว็บนี้มีทั้งสาระและความบันเทิงนะคะ

ประสบการณ์จริงจาก : HerKid รวมพลคนเห่อลูก (คุณแม่เดียร์)

อ่านประสบการณ์จริงอื่นๆ >>> เชื่อไว้ไม่เสียหาย!! ของแสลง 3 เดือนหลังคลอดห้ามทาน

Comments