1

คุณพ่อคุณแม่หลายท่านคงกังวลใจไม่น้อยกับอาการของลูกหลังจากฉีดวัคซีน ไม่ว่าจะเป็นลูกมีไข้ งอแง ร้องไห้ไม่หยุด วันนี้หัวหน้าแก๊งค์ “HerKid รวมพลคนเห่อลูก” มีทริคดีๆจากคุณแม่น้องลาเต้และวิธีปราบไข้ลูกหลังฉีดวัคซีนมาฝาก ซึ่งคุณแม่ลองแล้วใช้ได้ผล แต่คุณหมอไม่แนะนำให้กินยาดัก ในกรณีที่น้องไม่มีไข้นะคะ!!! ตามหัวหน้าแก๊งค์มาดูกันเลยค่ะ^^

คุณแม่น้องลาเต้ “แม่ลาเต้ เคล็ดลับที่แม่ลาเต้ใช้ หลังพาน้องลาเต้ไปฉีดวัคซีน ซึ่งได้ผล น้องไม่งอแง และยังยิ้มได้ ขอแชร์นิดนึงนะค่ะ คุณแม่บ้านไหนมี ‪‎เคล็ดลับดีๆมาแชร์กันค่ะ‬”

-ติดแผ่นโกเอี๊ยะหลังฉีดวัคซีน (หมั่นดูแผลบริเวณที่ฉีดบ่อยๆว่าบวมไหม)
-กลับถึงบ้านหมั่นเช็ดตัวให้บ่อย
-อาบน้ำอุ่นให้ และเปลี่ยนโกเอี๊ยะให้หลังอาบน้ำ
-ให้น้องดื่มน้ำมากกว่าปกติในช่วงสองวันนี้
-เปิดเพลงการ์ตูนเด็กให้ฟัง
-นอนพักผ่อนในห้องที่สะอาด อากาศถ่ายเทสะดวก (แต่ลาเต้กลางคืนนอนห้องแอร์ ก็จะห่มผ้าหนาๆให้ค่ะ)”

จากคำแนะนำของ พญ.อัมพร สันติงามกุล โรงพยาบาลสมิติเวช “คุณหมอไม่แนะนำให้กินยาลดไข้ดักทันทีหลังรับวัคซีนโดยที่เด็กยังไม่มีไข้” เพราะเมื่อเปรียบเทียบระหว่างกลุ่มเด็กที่กินยาดักกับกลุ่มเด็กที่ไม่ได้กินยาดัก พบว่า เด็กที่ไม่ได้กินยาดัก มีภูมิคุ้มกันขึ้นมากกว่าค่ะ

เกร็ดความรู้วิธีการดูแลลูกหลังจากฉีดวัคซีน มีดังนี้

1.หากลูกมีไข้ ให้ใช้ผ้าสะอาดเช็ดบริเวณซอกคอ ข้อพับและตามตัวเพื่อลดไข้ หากไข้ยังไม่ลด ควรให้ลูกทานยาตามแพทย์สั่ง ***ไม่แนะนำให้กินยาลดไข้ดักทันทีหลังรับวัคซีนโดยที่เด็กยังไม่มีไข้***

2.หากลูกงอแงจากอาการปวดบวมแผล การใช้น้ำอุ่นประคบ เพื่อลดการบวมของรอยฉีดยา จะสามารถช่วยบรรเทาอาการเจ็บปวดลงได้

3.หากลูกมีผื่นขึ้นตามหน้าและลำตัว การฉีดวัคซีนเพื่อป้องกันเชื่อโรค เช่น หัดเยอรมัน อีสุกอีใส อาจทำให้เกิดอาการแพ้ได้ โดยปกติอาการนี้จะหายไปภายใน 2-3วัน คุณแม่ควรให้ลูกใส่เสื้อที่ระบายอากาศได้ดี เพื่อให้ลูกสบายตัว หากผื่นขึ้นเป็นเวลานาน ควรพาลูกไปหาหมอค่ะ

4.หากลูกเกิดฝีบริเวณผิวหนัง คุณแม่ควรทำความสะอาดโดยใช้แอลกอฮอล์ทาเช้าเย็นจนกว่าฝีจะแห้ง ไม่ควรบีบหรือกดฝีนะคะ เพราะอาจทำให้เกิดการอักเสบหรือติดเชื้อได้

5.หากลูกเกิดอาการชัก เนื่องจากไข้สูงมาก คุณพ่อคุณแม่ต้องตั้งสติให้ดี แล้วจับลูกนอนตะแคงหน้า เพื่อป้องกันไม่ให้ลูกเกิดการสำลักหรือลิ้นไปอุดทางเดินหายใจ ห้ามนำช้อนหรือของแข็งใส่ปากลูกเด็ดขาด เพราะอาจทำให้ลูกสำลัก จากนั้นรีบพาลูกไปโรงพยาบาลทันที

แอดมินหวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ต่อคุณพ่อคุณแม่ไม่มากก็น้อย ทั้งนี้คุณพ่อคุณแม่ควรหมั่นสังเกตอาการของลูกอย่างสม่ำเสมอ และไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น สติเป็นสิ่งที่ทำให้เราผ่านเหตุการณ์ไปได้อย่างน่าอัศจรรย์ ลองนำไปใช้ดูกันนะคะสำหรับวันนี้แอดมินขอลาไปก่อน แล้วพบกันใหม่กับ “HerKid รวมพลคนเห่อลูก” ผู้นำด้านการแชร์ประสบการณ์เด็ดๆแม่และเด็กได้ทุกวัน คลับ HerKid เว็บนี้มีทั้งสาระและความบันเทิงนะคะ ท่านผู้ช๊มมม^^

ประสบการณ์จริงจาก : HerKid รวมพลคนเห่อลูก (ลาเต้ ณปภัช)
ขอบคุณข้อมูล : พญ.อัมพร สันติงามกุล โรงพยาบาลสมิติเวช

Comments