วันนี้แอดมินมีสาระดีๆและประสบการณ์ของสมาชิกท่านหนึ่งจาก “Pantip” มาฝากแม่ๆชาว HerKid รวมพลคนเห่อลูก ทุกคนค่ะ เกี่ยวกับประสบการณ์ลูกชายโดนรังแกเพราะเป็นเด็กขี้กลัว พร้อมวิธีแก้ปัญหา     

เจ้าของกระทู้ ได้กล่าวว่า “เนื่องจากลูกชายเป็นเด็กที่เงียบๆไม่สู้คน ซึ่งเราคิดว่าลูกชายเราเป็นเด็กที่ขี้ขลาดเลยแหละ จึงทำให้โดนเพื่อนที่โรงเรียนรังแกอยู่บ่อยๆ ลูกชายอยู่ ป.6 แล้วค่ะ และล่าสุด โดนเพื่อนเอาปากกาหัวแหลม มาทิ่มตามแขน และขูดเป็นรอยยาว มีเลือดออกซิบๆ แต่ลูกชายก็ไม่ได้บอกคุณครู ไม่ยอมบอกที่บ้าน

จนเราเห็นเองจึงเค้นสอบถามจนรู้ว่า จะมีเพื่อนอยู่คนนึง ที่ชอบแกล้งตลอด เพราะเด็กคนนี้เห็นว่าลูกชายไม่สู้ เลยแกล้งอยู่เรื่อยมา เราได้โทรไปสอบถามกับทางคุณครู คุณครูบอกว่า ลูกชายเราเป็นเด็กเหมือนหัวอ่อน ไม่กล้าสู้คน ไม่ต่อล้อต่อเถียงกับใคร และได้ทำโทษเด็กคนนั้นแล้ว

เรากลัวว่าจะมีปัญหาเก็บกดในอนาคต ซึ่งเราได้สอบถามไปยังเด็กที่มีปัญหากับลูกชาย (เพราะขึ้นรถนักเรียนคันเดียวกัน) ว่าทำไมต้องแกล้งเพื่อนขนาดนี้ เด็กผู้ชายคนนั้นได้แต่นั่งก้มหน้าเราจะมีวิธีแก้ไขกับปัญหานี้อย่างไรได้บ้างคะ รบกวนขอคำแนะนำและความคิดเห็นด้วยค่ะ”

 หลังจากที่คุณแม่ได้ตั้งกระทู้และขอความคิดเห็นพร้อมวิธีแก้ปัญหาก็มีสมาชิกหลายท่านเข้ามาแสดงความคิดเห็น โดยส่วนใหญ่จะแนะนำให้ลูกสู้คน อย่ายอมเมื่อโดนเพื่อนรังแก

“ถ้าลูกไม่สู้คน โดนรังแก คุณแม่ต้องช่วยครับ ช่วยทั้งสองทาง

1. สอนให้ลูกสู้ กล้าขึ้น ทางความคิด และ ร่างกาย คือส่งเสริมให้เรียน เทควันโด ยูโด มวยไทย ว่ากันไปครับ

2. ไปคุยกับ ผปค. คู่กรณีครับ ขอความร่วมมือ หรือ จัดกิจกรรมชวนเพื่อนๆ ลูกมาปาร์ตี้ สร้างสังคม กัน ครับ

“อันนี้เราเล่าประสบการ์ณนะคะ ลูกชายเราเมื่อก่อนอ่อนแอมาก ไม่กล้าสู้คน โดนแกล้งนั่งร้องไห้ มีแต่น้องผู้หญิง จนย้ายรร ใหม่เนื่องจากย้ายบ้าน ลูกเราเป็นเด็กใหม่เข้าป.5 เราบอกลูกก่อนไปเรียนเลยว่า ถ้ามีคนมาแกล้งหนูต้องสู้ ถ้าหนูไม่สู้เค้าจะแกล้งหนูไปจนกว่าจะเรียนจบ หนูอยากเป็นแบบนั้นมั้ย แฟนเราสอนเทคนิคการสู้ให้ลูกด้วยค่ะ และเน้นย้ำว่าถ้าเค้ารังแกก่อน หนูสู้ได้เลย มีปัญหาอะไรแม่กับป๊าจัดการเอง แต่ห้ามไปรังแกใครก่อน พอเปิดเทอมมีเรื่องจริงๆค่ะ เด็กเก่ามาท้าลูกเราต่อย ลูกเราไม่ปฎิเสธ ต่อยกันไปคนละหมัด ลูกเราต่อยหน้าเค้า ส่วนลูกเราโดนต่อยท้อง หลังจากนั้นเค้าก็ไม่โดนรังแกอีก เราต้องสอนให้เค้าสู้ และสร้างความมั่นใจให้เค้าค่ะ เป็นกำลังใจให้นะคะ”

“แต่ก่อนเราเป็นแบบลูกคุณเลย โดนลูกพี่ลูกน้องผู้หญิงแกล้ง ต่อยบ้าง ตีบ้าง เพราะเค้าเป็นลูกครึ่ง ตัวใหญ่กว่าเรา เราโดนแกล้ง เราก็ร้องไห้ วิ่งไปฟ้องพ่อ พ่อเราก็สอนเลย พ่อบอก อย่าไปยอมแม้จะเป็นญาติกัน ไม่มีสิทธิ์มารังแกเรา ใครแกล้งมาก็ลองสู้ ลองเอาคืน เราก็ฟังๆ พยักหน้าเช้ามาเดินมาเล่นกัน เอาอีกแล้วมาต่อยเรา เราก็เจ็บเดินหนีไปแป๊บนึงไปคิดแผนการณ์ พอเสร็จแล้วเดินไปใหม่ มาท้าเราอีก ทีนี้เราเดินๆไป เราต่อยคืน เอานิ้วจิ้มตาเค้าไม่ทันตั้งตัว เพราะเราไม่เคยตอบโต้ โดนเราเอาคืน วิ่งร้องไห้ไปฟ้องแม่แม่เค้าออกมาว่า ประมาณเราแกล้งลูกเค้า เราสวนกลับเลย เวลาลูกเธอแกล้งชั้นๆไม่เคยพูด พ่อชั้นไม่เคยพูด แต่พอลูกเธอโดนเธอกลับมาว่าชั้นเกเร หัดสั่งสอนลูกซะบ้าง ตั้งแต่นั้นไม่ยุ่งกับเราอีกเลย พ่อบอกว่า อย่ายอมให้คนอื่นเอาเปรียบรังแกได้”

“ขออนุญาตเล่าประสบการณ์ส่วนตัวนะคะ (อันนี้เป็นการบอกต่อนะคะ ไม่ใช่คำแนะนำ) เมื่อก่อนตอนเราเด็กๆ ยังเรียนอนุบาล เราไม่ใช่เด็กเรียบร้อยแต่ก็ไม่สู้ใคร แล้วในห้องจะมีเด็กอยู่คนหนึ่งสมมุติว่าชื่อ A นางตัวใหญ่กว่าคนอื่นๆ ในห้อง ใครๆ ก็มักจะเรียกนางว่าพี่ A แล้วพี่ A นี่ก็ไม่รู้เป็นอะไรชอบแกล้งเรามากกกกก

วันหนึ่งในขณะที่นักเรียนทุกคนกำลังนั่งรวมตัวกันหน้าห้องเพื่อทำกิจกรรมยามเย็นรอกลับบ้าน นางพี่ A ก็ได้โอกาสจ้าา เราจำได้ว่าโดนพี่ A หยิกที่ต้นขาหลายแผลมากกก ลอยหยิกนี่ลายพล้อยเลยจ้าา เชื่อไหมตอนนั้นเรานั่งนิ่งให้เขาหยิกเฉยยยไม่สู้ ไม่ร้อง และไม่ฟ้องครูด้วย ได้แต่ตาแดง (นางเอกมากก) สุดท้ายพ่อก็มารับกลับบ้าน

ตอนนั้นเราคิดว่ารอดแล้วไม่โดนพี่ A หยิกแล้ว แต่ที่สำคัญคือต้องซ่อนแผลไม่ให้พ่อเห็น มันก็เหมือนจะผ่านไปได้ด้วยดีนะคะ จนกระทั่งลูกพี่ลูกน้องที่เรียนอยู่โรงเรียนเดียวกันวิ่งมาหาแล้วถามเสียงดังว่า “เธอโดนพี่เอหยิกเหรอ เพื่อนให้ห้องเธอเล่าให้เราฟัง แม่เจ้า!!!! เรานี่ตกใจจนพูดไม่ออกเลยจ้า พ่อก็ยืนอยู่ตรงนั้นด้วย พ่อหันมามองเราแล้วถามว่าโดนเพื่อนหยิกมาเหรอ เราก็ต้องยอมรับแหละค่ะเพราะโกหกต่อไปไม่ได้แล้ว

แต่จุดพีคมันอยู่ที่พอพ่อถามว่าแล้วทำอะไรบ้างตอนโดนหยิก เราก็ได้แต่นิ่งค่ะเพราะไม่ได้ทำอะไรเลย พ่อถามว่าได้บอกครูมั้ยเราก็ตอบว่าไม่ได้บอก เท่านั้นแหละจ้า รู้มั้ยคะพ่อว่าทำยังไง พ่อเราตีเราค่ะ นี่คือเรื่องจริงนะคะ พ่อเราตีเราจริงๆ ตีซ้ำที่โดนหยิกนั่นแหละ ตีแล้วบอกว่าต่อไปให้สู้  ถ้าไม่สู้ก็จะต้องถูกตีแบบนี้อีก สู้แล้วต้องบอกครูด้วยพ่อเราบอกเราว่าไม่ต้องกลัวว่าจะต้องถูกครูตีเพราะมีเรื่องกับเพื่อน ไม่ต้องกลัวเรื่องต้องไปห้องปกครองหรืออะไรทั้งนั้น

เพราะพ่อกับแม่พร้อมจะไปหาครูทุกเมื่อถ้าเหตุการณ์แบบนั้นเกิดขึ้น แต่!! ข้อเดียวที่พ่อห้ามคือห้ามเริ่มก่อนเด็ดขาด เพราะถ้าเริ่มรังแกเพื่อนก่อนพ่อก็จะไม่เข้าข้างเหมือนกัน พอวันรุ่งขึ้นพ่อกับแม่เราก็ไปพบครูที่โรงเรียน ซึ่งเราก็ไม่รู้ว่าเขาไปคุยอะไรบ้าง รู้แต่ว่าวันรุ่งขึ้นแม่ของพี่ A ก็มาทำเรื่องลาออกให้ลูกเขาค่ะ

แต่เชื่อมั้ยตั้งแต่วันนั้นเราไม่เคยยอมให้ใครทำร้ายอีกเลย ใครทำอะไรเรา (แบบตั้งใจ) เราจะสู้แบบขาดใจเลยค่ะเพราะเราคิดเสมอว่าการโดนพ่อตีมันเจ็บและน่ากลัวว่ามาก”

1.สอนให้ลูกรู้จักป้องกันตัว เช่น พาไปเรียนศิลปะป้องกันตัว หรือไม่ก็เสริมสร้างร่างกายให้แข็งแรง เช่น ไปเล่นฟิตเนส

2. สอนให้รู้จักหาเพื่อน ไปคบกับกลุ่มเพื่อนที่เข้มแข็ง อย่าคบกลุ่มอ่อนแอ เพราะจะถูกเหมารวมว่าอ่อนแอไปด้วย ข้อนี้สำคัญ ไม่ได้หมายความว่าให้ไปจอยกับกลุ่มแกล้งเพื่อนนะ แต่ให้ไปรู้จักเข้ากลุ่มพวกที่เล่นกีฬา เล่นดนตรี พวกที่ไม่ใช้พวกเด็กเนิร์ด เพราะต่อให้เสริมสร้างร่างกายมาแล้ว แต่ถ้าไม่มีใครคบ ก็จะไม่มีพวก เป็นเป้าให้ถูกรังแกได้ง่ายๆ สมัยเรียนมีเพื่อนผมคนนึงมันตัวใหญ่ แข็งแรงมาก สู้คนด้วย แต่มันบ้า ทำตัวเพี้ยนๆ เลยไม่มีใครคบ ก็ถูกรังแกอยู่ดี”

เท่าที่นึกออกตอนนี้มีทางเดียวคือสอนให้ลูกสู้คน แม่เราสอนให้เราสู้คนแต่เด็กนะคะ เราไม่เคยถูกรังแก แต่จำได้ว่าตอนประถมถ้ามีใคนมาจะรังแกหรือท้าประลอง เราสู้ค่ะ เราสู้ขนะเพื่อนผญ ทุกคนนะ เราจิกผมค่ะชนะหมด ตอนหลังแพ้เด็กผช อ้วนๆรุ่นน้อง คิดว่าตัวเองจะสู้ได้แต่มันแรงเยอะกว่าที่คิด ก็เจ็บตัวค่ะ แต่ถ้าสู้แล้วคนอื่นจะไม่กล้ามารังแกเราง่ายๆอีกนะ

น้องชาย(ลูกน้าสาว) เราเคยไปรร ตอนประถม ถูกเพื่อนแกล้ง แม่เราบอกน้องคนนี้ว่า ถ้าพรุ่งนี้ไม่ไปต่อยคืน ป้าจะตี ตอนเข้าน้องไปต่อยหน้าเพื่อนสองหมัด ครูเรียกแม่เราไปพบเลย แม่เรายืนยันว่าจะสอนหลานแบบนี้ เพราะครูไม่ฟาดเด็กที่รังแกน้องเรา

หลังจากน้องเราต่อยเพื่อนครั้งนั้น เค้าก็ไม่เคยต่อยใครอีกนะเพราะเป็นเด็กไม่รังแกใคร และไม่เคยถูกเพื่อนรังแกอีกเลยค่ะ”

บางท่านแนะนำให้พาลูกไปเรียนรู้ศิลปะการป้องกันตัวเพื่อเป็นการป้องกันตัวเองจากการโดนเพื่อนแกล้ง

สอนลูกให้สู้ครับ พาเรียน ศิลปะการป้องกันตัวแล้วบอกว่า มีวิชาแล้ว เราเหนือกว่า มีเทคนิคแล้วไม่ต้องกลัว วันหลังไปคุยแกมขู่กับเด็กคนที่มารังแกนะครับ ว่า อย่าให้เห็นตัวลูกชั้นเป็นรอยอีกนะ ไม่ว่า เธอจะทำหรือไม่ถ้าลูกฉันเป็นรอย เธอต้องรับผิดชอบ  จะแจ้งแจ้งทางโรงเรียน แล้วเธอจะไม่ได้เรียนที่นี่อีก เด็กเฮี้ยวบางทีก็ต้องการไม้หนักๆครับ”

ฝึกร่างกายให้แข็งแกร่งครับ วิ่งวันละ 10 กิโล ปั่นจักรยาน 30 กิโล เป็นการฝึกกล้ามเนื้อขา วิดพื้นวันละ 100 ทำให้ดูอกผายไหล่ผึ่ง ซิทอัพวันละ 100 ทำให้หน้าท้องแข็งแรง กระโดดเชือกวันละ 500 ทำให้น่องแข็งแรง ทีนี้ คนที่จะมารังแก รู้สึกลังเลใจที่เห็นหุ่นและรูปร่างอันแข็งแกร่งของลูกคุณ ทำให้ไม่กล้ามาตอแยด้วย เมื่อก่อนผมตัวเล็กสุด ถูกรังแกบ่อย พ่อผมเลยหากระสอบทรายมาให้เตะ สอนชกมวย จากนั้น มีคนที่ชอบมารังแกผมสองคน มาอีก ผมเลยตั้งการ์ดชกจั่วลมไปสองสามที สองคนนั้นวิ่งหนีไป สักพักกลับมาบอกผม ไม่เอา ไม่เล่นละ เรามาดีกันดีกว่า อ้าว เป็นงั้นไป”

ในขณะที่บางท่านแนะนำให้เลี่ยงการเผชิญหน้ากับเด็กเกเรที่เข้ามารังแก

ถ้าน้องเป็นเด็กไม่สู้คน ก็สอนให้เขาเลี่ยง และอยู่ห่างกับคนที่ชอบแกล้ง ไม่ไปยุ่งสุงสิงด้วยค่ะ เด็กแต่ละคนนิสัยต่างกัน บางคนชอบการสู้ ก็ไม่จริงๆ ถึงจะสอนให้เขาสู้ เขาก็คงไม่ทำหรอกค่ะ”

และในขณะที่บางท่านกล่าวถึงการเลี้ยงดูและการปลูกฝังนิสัยตั้งแต่เด็กๆว่าอาจจะเกิดจากการเลี้ยงดูที่ตีกรอบมากเกินไป

“การไม่สู้คนเกิดจากความกลัว ความไม่กล้าคิด ไม่กล้าพูด ไม่กล้าแสดงออก คุณแม่ลองเลี้ยงแบบให้ลูกทำไรด้วยตัวเองบ้าง ให้คิดเอง ทำเอง สนับสนุนให้กล้าคิดกล้าทำ ถ้าเค้าทำผิดก็ไม่ต้องดุว่า ลดกรอบลง ซึ่งต้องใช้เวลานะคะ อาจจะนานหน่อย แต่ถ้าแก้ได้จะดีมากเมื่อโตขึ้น ถ้าแก้ไม่ได้ พอโตขึ้น เวลามีคนมาเอาเปรียบ น้องจะกลายเป็นไม่กล้าพูดเอา อาจจะพูดๆกับน้องนะคะ ว่าเวลาเพื่อนมาแกล้ง ถ้าหนูไม่ชอบ หนูพูดไปเลยลูก เหมือนเวลาพูดกับแม่พูดกับพ่อ ระหว่างนี้ก็ไปคุยกับครู กับ ผอ ว่าให้ช่วยดูลูกหน่อย ไม่ก็คุยกับเด็กคนนั้นก็ได้นะ ว่าหนูมาแกล้งลูกน้าทำไม ไม่ดีนะ เป็นเพื่อนกัน เล่นกันดีๆ อย่าแกล้งกัน (สนับสนุนให้ใช้ไม้อ่อนนะคะ เพราะลูกเราเองก็มองเราเป็นตัวอย่างเหมือนกัน)

บางท่านแนะนำให้ย้ายสถานที่เรียน

“ลองถามเด็กก่อนว่าอยากอยู่โรงเรียนนี้ต่อไหม? ไม่ใช่ว่าอยากแนะนำให้หนีปัญหานะ แต่บางทีถ้าการแกล้งมันเกินลิมิตและไม่มีใครคอยควบคุม ก็เสี่ยงกับสวัสดิภาพของเด็กค่ะ ส่วนตัวตอนเป็นเด็กก็โดนแกล้งมาเยอะเหมือนกัน มันไม่จบสิ้นหรอกค่ะพูดเลย เพราะครูบางทีไม่สามารถคาดเดาได้หรอกว่าหัวโจกที่แกล้งเพื่อนอาจเป็นเด็กเรียนดีความประพฤติเรียบร้อยก็ได้

เด็กที่โดนแกล้งจิตใจเค้าเข้มแข็งนะ แต่ที่ไม่อาจต่อกรกับคนที่แกล้งได้ เพราะไม่ชอบความรุนแรงก็เป็นได้ และตามจริงในห้องจะมีเด็กคนอื่นๆ ที่สงสารและพร้อมจะช่วยคนที่โดนแกล้งอยู่นะ เพียงแต่เค้าอาจจะไม่มีโอกาสให้เข้าใกล้คนที่โดนแกล้ง อาจด้วยกลัวตัวเองจะโดนแกล้งซะเอง รวมไปถึงเด็กที่โดนแกล้งปิดตัวเองไม่คบกับคนอื่นๆ

ดังนั้นอันดับแรกผู้ปกครองต้องไปคุยกับคุณครู ให้ดูแลลูกคุณเป็นพิเศษ ครูเองจะต้องช่วยมอบหมายงานให้รับผิดชอบ คอยถาม คอยเรียกคุย เพื่อเป็นเกราะคอยป้องกันสวัสดิภาพเด็กค่ะ แต่ทั้งนี้เด็กต้องพร้อมที่จะปรับตัวด้วยนะคะ ต้องยอมที่จะทำตัวเด่นบ้าง มีหน้าที่รับผิดชอบต่อส่วนรวมบ้าง และมีจิตสาธารณะคอยช่วยเหลือเพื่อน ต้องเริ่มพูดคุยกับเพื่อน และพยายามคุ้นเคยกับสังคมให้ได้ถ้าเด็กไม่เปิดใจและพยายามพัฒนาตัวเอง ต่อให้ครูดีแค่ไหน ผู้ปกครองดีเท่าไหร่ก็ไม่มีใครช่วยได้ค่ะ

เรื่องฝึกให้เก่งการต่อสู้ ขอให้เรียนเพราะเด็กอยากเรียน และเพื่อสุขภาพจะดีกว่า เคยเจอมาแล้วเด็กไปเรียนเทควันโดมาไว้เพื่อต่อสู้เด็กที่มาแกล้งตัวเอง ดีที่เราอยู่ตรงนั้นไม่งั้นเด็กที่โดนแกล้งบ่อยๆ อาจพลาดทำเพื่อนคอหักไปแล้วก็ได้สุดท้ายนี้ขอให้น้องปลอดภัยขึ้น และใช้ชีวิตในโรงเรียนอย่างมีความสุข เอาใจช่วยนะคะ”

หวังว่าคุณแม่ที่กำลังมองหาวิธีแก้ปัญหาลูกโดนเพื่อนแกล้งจะลองเอาไปปรับใช้ให้เกิดประโยชน์นะค่ะ สำหรับวันนี้แอดมินขอลาไปก่อน แล้วพบกันใหม่กับ HerKid รวมพลคนเห่อลูก ผู้นำด้านการแชร์ประสบการณ์เด็ดๆแม่และเด็กได้ทุกวัน คลับ HerKid เว็บนี้มีทั้งสาระและความบันเทิงนะคะ

ขอบคุณข้อมูล : Pantip
เรียบเรียงโดย : HerKid รวมพลคนเห่อลูก

Comments