รูปภาพ2

ด้วยสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไปในปัจจุบัน ทำให้เราเจ็บป่วยได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม โดยเฉพาะในเด็กเล็กที่คุณพ่อคุณแม่ต้องระวัง วันนี้แอดมินจึงมีประสบการณ์ของคุณแม่เจ้าของกระทู้ คุณแม่ HerKid ของเรามาแชร์ประสบการณ์ ลูกป่วยนาน 1 เดือน มาฝากแม่ๆชาว HerKid รวมพลคนเห่อลูก ทุกคนค่ะ

คุณแม่เจ้าของกระทู้ ได้กล่าวว่า “แชร์ประสบการณ์ ลูกป่วยนาน 1 เดือน น้ำเกลือนั้นล้างจมูกมาตลอด 1 เดือน เคยผ่านจุดที่ลูกป่วยนานถึง 1 เดือนกว่าๆมาแล้ว

อาการเริ่มแรกมีน้ำมูก ต่อมา ไอ และมีไข้เป็นอยู่แบบนั้นนานกว่า 1 เดือน ไข้ไม่มีก็ยังมีน้ำมูก เราพาลูกเข้าคลีนิคพบหมอทุกอาทิตย์เลย คนน้องเป็นคนพี่ก็ติดไปด้วยกลายเป็นเด็กป่วยง่ายทั้ง 2 คน เลยเหนื่อยมากดูแลคนน้องหายคนพี่ต่อ น้ำมูกไม่เคยหายไปเลยในระยะเวลา 1 เดือน เราตัดสินใจเปลี่ยนหมอลูกดีขึ้นหายได้ 1 อาทิตย์ แต่ก็กลับมาเป็นอีกลองปรึกษาหมอ

สุดท้ายได้คำตอบว่าน้องเป็นภูมิแพ้อากาศ วิธีดูแลคืออย่าพยามตากลมและถ้าหายดีแล้วให้พามาฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ ตอนนี้ได้ฉีดมาจะครบเดือนแล้วน้องหายขาดเลยคะ อากาศเปลี่ยน (มีแอบเล่นน้ำด้วย)ก็ไม่มีน้ำมูกไม่มีไข้เลย เราว่ามันคุ้มถ้าฉีดแล้วลูกไม่ป่วยง่าย

วัคซีนไข้หวัด ฉีดแล้วไม่ได้หมายความว่าลูกจะไม่เป็นอีกแต่จะช่วยชลอโรคไม่ให้เป็นหนักและช่วยสร้างภูมิคุ้มกันเพิ่มมากขึ้นไม่ไวต่อโรค แนะนำให้แม่ๆพาน้องฉีดกันนะคะ เข็มละ450฿ (ฉีด2เข็ม) เราว่ามันคุ้มมาก เห็นลูกป่วยแล้วทรมานจิตใจ

อาการแสดงของโรคภูมิแพ้เกิดได้หลายระบบ (โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์)

โรคภูมิแพ้สามารถทำให้เกิดอาการได้ในหลายระบบของร่างกาย เช่น ระบบผิวหนัง ระบบทางเดินหายใจ และระบบทางเดินอาหาร โดยคุณพ่อคุณแม่สามารถสังเกตอาการที่อาจเกิดขึ้นกับลูก เช่น

  1. ระบบผิวหนัง
    1.1 ผื่นคัน ผิวหนังแห้ง โดยเฉพาะบริเวณใบหน้าและแก้ม ข้อศอก ข้อพับ เข่า ซอกคอ และตามลำตัว
    1.2 ผื่นลมพิษเป็นๆ หายๆ โดยสามารถเป็นได้ทั้งตัว
  2. ระบบทางเดินหายใจ
    2.1 เป็นหวัดบ่อย หรือมีอาการเป็นบางเวลา เช่น จามน้ำมูกไหลในตอนเช้า แต่ไม่มีอาการในเวลาอื่น
    2.2 เป็นหวัดเรื้อรัง หรือเป็นไซนัสอักเสบ
    2.3 มีอาการไอโดยเฉพาะในบางเวลา เช่น วิ่งเล่นแล้วไอ อากาศเปลี่ยนแล้วไอ ไอเวลากลางคืน ไอหลังหายจากเป็นหวัดเป็นเวลานาน
  3. ระบบทางเดินอาหาร
    3.1 ริมฝีปากบวม มีผื่นคันรอบปาก
    3.2 คลื่นไส้ อาเจียน แหวะนมบ่อยในเด็กทารก
    3.3 ท้องอืด ถ่ายเหลว มีมูกเลือดปนในอุจจาระ

หากลูกมีอาการผิดปกติควรรีบพาไปพบแพทย์ ขอขอบคุณคุณแม่เจ้าของกระทู้ ที่ได้นำประสบการณ์ที่มีประโยชน์มาเล่าสู่กันฟังนะคะ สำหรับวันนี้แอดมินขอลาไปก่อน แล้วพบกันใหม่กับคลับ HerKid รวมพลคนเห่อลูก ผู้นำด้านการแชร์ประสบการณ์เด็ดๆแม่และเด็กได้ทุกวัน คลับ HerKid เว็บนี้มีทั้งสาระและความบันเทิงนะคะ

ประสบการณ์จริงจาก : HerKid รวมพลคนเห่อลูก (คุณแม่เจ้าของกระทู้)

อ่านประสบการณ์จริงอื่นๆ >>> แชร์ประสบการณ์!!! ลูกปอดติดเชื้อขั้นรุนแรง

Comments