1

อุบัติเหตุบนท้องถนนเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ความปลอดภัยในการเดินทางจึงเป็นสิ่งสำคัญที่พ่อแม่ควรคำนึงถึงเป็นอันดับแรก การนั่งคาร์ซีทเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ช่วยป้องกันอันตรายและสร้างความปลอดภัยให้กับเด็กขณะเกิดอุบัติเหตุได้ วันนี้แอดมินจึงมีประสบการณ์ของคุณแม่น้องน้ำขิงคุณแม่ HerKid ของเรามาแชร์ประสบการณ์ตรงเกี่ยวกับความปลอดภัยในการนั่งคาร์ซีท มาฝากแม่ๆชาว HerKid รวมพลคนเห่อลูก ทุกคนค่ะ

คุณแม่น้องน้ำขิงได้กล่าวว่า “ประสบการณ์ สดๆร้อนๆ  วันนี้เกิดอุบัติเหตุ ชนท้ายรถยนต์ คันนึง ตอนชนหัวทิ่มเลยค่ะ เพราะคันหน้า กันชน เกือบหลุดออกมา แต่ทันใดนั้น ด้วยความที่ลูกนั่งอยู่ด้านหลัง ก็กังวลว่าการเบรคของเรา จะมีคนชนท้ายไหม

แต่สิ่งที่เห็นคือ ลูกกระเด้ง หน้าแทบจะหลุดออกจากเบาะ แต่คือโชคดี มากๆๆ ที่มีเข็มขัดที่รัดเขาไว้
จากที่เขาหลับอยู่ ก็ลืมตา ด้วยความตกใจ และแง้ๆ แล้วก็เอนตัวลงไปนอนต่อ

สิ่งที่คิดต่อมาคือ ถ้าไม่ได้อยู่ในคาร์ซีท ถ้าไม่คาดเข็มขัดล่ะ จะเกิดอะไรขึ้น

หลายๆบ้านที่ไม่ให้ความสำคัญของคาร์ซีท คิดว่าไม่มีอะไรหรอก ลูกนั่งแล้วร้อง สงสาร แต่บ้านนี้ ให้ความสำคัญมากๆๆนะคะ เพราะ น้ำขิงนั่งตั้งแต่เกิดเลย ฝึกลูกมาเรื่อยๆ ถึงร้อง ก็พยายามบอกตลอด ว่าหนูต้องนั่งเพราะอะไร จนตอนนี้ไปไหนติดมาก ขนาดไปเชียงใหม่ ยังเช่ารถพร้อมคาร์ซีท

การที่ให้ลูกอยู่คาร์ซีท โคตรดีนะคะ 555
-ปลอดภัย safty มาก
-ลูกหลับสบาย

อย่างที่เราเคยเห็นข่าวเกี่ยวกับอุบัติเหตุทางรถยนต์ คงไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นกับลูกคุณนะคะ

สิ่งสำคัญคือ เลือกคาร์ซีท ให้ปลอดภัย (ตามงบประมาณที่มี ) และนั่งสบายให้กับลูกน้อย

ครั้งหน้าแม่นิ๋งจะมาบอกวิธีฝึกลูกน้อยบนคาร์ซีทกันนะ ไม่ยาก ทำได้แน่นอนจร้า

น้องน้ำขิง 1 ขวบ 1 เดือน ลูกคือสิ่งมหัศจรรย์”

เคล็ดลับการเลือกคารืซีทสำหรับเด็ก(Kapook)

เด็กแรกเกิด – เด็กอายุ 2 ขวบ : เด็กวัยนี้ควรเลือกคาร์ซีทประเภท rear facing หรือแบบหันหน้าไปกระจกหลัง ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ หรือเมื่อคุณเบรกกะทันหัน คาร์ซีทประเภทนี้จะช่วยลดแรงกระแทก และช่วยปกป้องส่วนหัว คอและกระดูกสันหลังของเด็กได้ดีที่สุด

เด็กอายุ 2 ขวบขึ้นไป : ควรเลือกใช้คาร์ซีทประเภท forward facing หรือเบาะแบบหันไปทางกระจกหน้ารถ ซึ่งคุณสามารถใช้คาร์ซีทแบบนี้ได้ตลอดจนกว่าความสูงและน้ำหนักของเด็กจะเกินตามที่ฉลากระบุไว้

เด็กอายุ 3 ขวบ หรือ 15 กิโลกรัมขึ้นไป : หากไหล่ของเด็กเริ่มสูงกว่าคาร์ซีทประเภทก่อนหน้านี้ ก็ถึงเวลาที่คุณพ่อคุณแม่ควรจะเปลี่ยนมาใช้คาร์ซีทบูสเตอร์ (Booster) กันแล้วล่ะ ซึ่งคาร์ซีทประเภทก็แบ่งออกเป็น 2 แบบคือแบบไม่มีพนักพิง และแบบที่มีพนักพิง คุณสามารถเลือกใช้ได้ทั้งสองแบบ แค่เราขอแนะนำว่าให้ใช้แบบที่ไม่มีพนักพิง เมื่อเด็ก ๆ สามารถนั่งตัวตรงได้เองแล้วดีกว่า

พ่อแม่ควรเลือกคาร์ซีทที่เหมาะสำหรับเด็ก เพื่อความปลอดภัยขณะเดินทาง ขอขอบคุณคุณแม่น้องน้ำขิงที่ได้นำประสบการณ์ที่มีประโยชน์มาเล่าสู่กันฟังนะคะ สำหรับวันนี้แอดมินขอลาไปก่อน แล้วพบกันใหม่กับคลับ HerKid รวมพลคนเห่อลูก ผู้นำด้านการแชร์ประสบการณ์เด็ดๆแม่และเด็กได้ทุกวัน คลับ HerKid เว็บนี้มีทั้งสาระและความบันเทิงนะคะ

ประสบการณ์จริงจาก : HerKid รวมพลคนเห่อลูก (คุณแม่น้องน้ำขิง)

อ่านประสบการณ์จริงอื่นๆ >>>  คุณแม่แชร์ประสบการณ์ “ถุงน้ำที่ศรีษะ” ความผิดปกติของทารกแรกเกิด สามารถรักษาได้!!

Comments