นิทานสำหรับทารกในครรภ์01

เมื่ออายุครรภ์ได้ 24 สัปดาห์ ทารกสามารถได้ยินเสียงทั้งภายในและภายนอกร่างกายของคุณแม่ แต่ยังไม่สามารถแยกแยะเสียงได้ การกระตุ้นพัฒนาการเกี่ยวกับการได้ยินสามารถเริ่มทำได้ตั้งแต่ยี่สิบสี่สัปดาห์เป็นต้นไป จากการพูดคุยหรือการเล่านิทานที่ช่วยกระตุ้นเซลล์ประสาทสั่งการ ตอบสนองต่อเสียงเหล่านั้น วันนี้เราจึงมีข้อมูลดีๆ เกี่ยวกับการเล่านิทานเสริมสร้างพัฒนาการทารกในครรภ์ มาฝากคุณแม่ชาว “HerKid รวมพลคนเห่อลูก“ ให้ได้มาศึกษาหาความรู้กันไปดูกันเลย

การเล่านิทานกระตุ้นพัฒนาการทารก

ขณะทารกอยู่ในครรภ์ เซลล์ภายในร่างกายมีการพัฒนาเจริญเติบโตไปเป็นอวัยวะทั้งภายในและภายนอกร่างกาย ทั้งนี้ความสมบูรณ์ของอวัยวะขึ้นอยู่กับระยะเวลาและอายุครรภ์แตกต่างกันไป   ซึ่งเมื่ออายุครรภ์เข้าสู่สัปดาห์ที่ 20 ประสาทรับสัมผัสมีการพัฒนาจนทำให้ทารกสามารถได้ยินเสียง แต่ยังแยกแยะเสียงสูงต่ำไม่ได้ การกระตุ้นประสาทรับสัมผัสเหล่านี้ช่วยให้ทำงานมีประสิทธิภาพและสามารถเรียนรู้เกี่ยวกับการได้ยินได้มากยิ่งขึ้นจากการ “เล่านิทาน”ให้ลูกฟังขณะอยู่ในครรภ์ตั้งแต่สัปดาห์ที่ยี่สิบเป็นต้นไป

จากการวิจัยพบว่า การเล่านิทานขณะตั้งครรภ์ ช่วยกระตุ้นประสาทรับสัมผัส ให้ทารกมีพัฒนาการด้านการได้ยิน การตอบสนองต่อเสียงด้วยการเคลื่อนไหว รวมถึงการเรียนรู้ภาษา รู้จักแยกแยะเสียง สามารถจำจำ คุ้นเคยกับเสียงของคุณแม่และได้รับความรู้สึกที่ถ่ายทอดระหว่างแม่สู่ลูกตั้งแต่อยู่ในครรภ์ นอกจากนี้ยังช่วยกระชับความสัมพันธ์ระหว่างพ่อกับแม่

การเล่านิทานให้ลูกฟัง อาจมาจากเรื่องในชีวิตประจำวัน เหตุการณ์ที่คุณแม่พบเจอมา หรือเกิดจากการแต่งเรื่องขึ้นมาเล่าให้ฟัง โดยการใส่ความรู้สึกหยอกล้อ เพื่อเพิ่มสีสัน ความสนุกสนานให้กับลูก อีกทั้งยังช่วยเสริมสร้างพัฒนาการทางด้านสติปัญญาและอารมณ์ให้กับลูกได้ด้วย

หนังสือที่เหมาะสำหรับอ่านให้ทารกฟัง

คุณแม่สามารถอ่านหนังสือทุกชนิดที่ให้ความรู้สึกที่แตกต่างกับทารกได้ แต่ควรระมัดระวังหนังสือที่ให้ความรู้สึกที่ตื่นเต้น โกรธ เศร้า หรือทำให้รู้สึกหมองหม่นจนเกินไป เพราะอารมณ์ส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์ หนังสือที่เหมาะสำหรับอ่านให้ทารกฟังได้แก่

  1. นิทานสนุกสนาน
  2. หนังสือเชิงความรู้ เช่น คู่มือการเลี้ยงเด็ก หนังสือธรรมมะ หรือนิตยสารทั่วไป

วิธีอ่านหนังสือ ให้ทารกได้ประโยชน์มากที่สุด

  1. คุณแม่ควรเปล่งเสียงออกมาให้ชัดเจน เพื่อเสริมสร้างพัฒนาการด้านการเรียนรู้ภาษาไปในตัว
  2. ใช้น้ำเสียงที่สื่ออารมณ์ให้ลูกได้รับรู้ อย่างเช่น การอ่านที่ทำให้สนุกสนาน เลียนแบบเสียงธรรมชาติ เสียงสัตว์
  3. เล่านิทานพร้อมกับเสียงดนตรี คุณแม่อาจเปิดเพลงประกอบกับการเล่านิทาน เพื่อช่วยกระตุ้นประสาทสัมผัสให้แยกแยะเสียงได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

เปิดโทรทัศน์หรืออ่านหนังสือให้ลูกฟัง อันไหนดีกว่ากัน

คุณแม่สามารถเปิดโทรทัศน์ให้ลูกในครรภ์ฟังได้ แถมยังช่วยกระตุ้นพัฒนาการทารกในครรภ์ได้ด้วย แต่การอ่านหนังสือ/เล่านิทานให้ลูกฟัง ช่วยให้ทารกมีพัฒนาการที่ดีกว่า จากเสียงของแม่ที่เปล่งออกมาทำให้ทารกสามารถเรียนรู้และมีพัฒนาการที่เจริญเติบโตมากกว่า ดังนั้นแล้วคุณแม่ที่มีเวลาว่างควรเล่านิทานให้ทารกในครรภ์ฟังแทนการเปิดโทรทัศน์ แต่สำหรับคุณแม่ที่ไม่ค่อยมีเวลา จากการทำงานสามารถเปิดโทรทัศน์ช่วยเสริมสร้างพัฒนาการให้กับทารกได้

พ่อแม่ควรเล่านิทานให้ลูกฟังตั้งแต่อยู่ในครรภ์ เพื่อกระตุ้นพัฒนาการลูกนะคะสำหรับวันนี้ขอลาไปก่อน แล้วพบกันใหม่กับ “HerKid รวมพลคนเห่อลูก” ผู้นำด้านการแชร์ประสบการณ์เด็ดๆแม่และเด็กได้ทุกวัน คลับ HerKid เว็บนี้มีทั้งสาระและความบันเทิงนะคะ

เครดิตข้อมูล : HerKid รวมพลคนเห่อลูก

Comments