300996074-696x447

ทารกแรกเกิด คือ ทารกแรกคลอด จนถึง 1 เดือน เป็นช่วงอายุที่ไวต่อการตอบสนองสิ่งแวดล้อมรอบข้าง มีการพัฒนาด้านต่างๆอย่างต่อเนื่อง ทำให้บางเรื่องพ่อแม่มือใหม่ยังไม่รู้เกี่ยวกับทารก การศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับทารกแรกเกิดจึงช่วยให้เข้าใจในการเลี้ยงดูได้มากยิ่งขึ้น วันนี้เราจึงมีข้อมูลดีๆ เกี่ยวกับเรื่องที่ไม่เคยรู้เกี่ยวกับทารกแรกเกิดมาฝากคุณแม่ชาว “HerKid รวมพลคนเห่อลูก“ ให้ได้มาศึกษาหาความรู้กันไปดูกันเลย

ทารกแรกเกิด

ทารกแรกเกิด คือ ทารกแรกคลอด จนถึง 1 เดือน  ทารกแรกคลอดต้องปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมภายนอกที่แตกต่างจากในครรภ์มารดา ร่างกายจึงมีการเปลี่ยนแปลงเพื่อความอยู่รอดและเจริญเติบโตตามวัยเช่นเดิม ในช่วงนี้พ่อแม่ควรดูแลเป็นพิเศษจนกว่าลูกน้อยจะคุ้นชินกับสภาพแวดล้อมใหม่

ซึ่งการดูแลทารกแรกเกิดนี้เป็นอะไรที่ซับซ้อน ละเอียดอ่อน ต้องใช้ความเข้าใจ ความใส่ใจ จึงทำให้พ่อแม่ควรรู้เรื่องเล็กๆน้อยๆ  ของทารกที่บางเรื่องเหมือนจะผิดปกติ แต่ความจริงนั้นคือลักษณะที่เป็นปกติ ไม่เป็นอันตราย เป็นความรู้ที่ประโยชน์ในการเลี้ยงดู

          1. บริเวณศีรษะมีรอยบุ๋มโบ๋ นิ่มๆ

บริเวณศีรษะที่มีรอยบุ๋ม นิ่มๆ อยู่เหนือหน้าผากขึ้นไป เกือบกลางศีรษะ เรียกกว่า กระหม่อม สาเหตุที่กระหม่อมมีลักษณะนิ่มๆนั้น  เป็นเพราะศีรษะมีลักษณะเป็นแผ่นหุ้มสมอง สามารถยืดหยุ่นเพื่อให้ง่ายต่อการคลอด ถือเป็นเรื่องปกติที่ทารกแรกเกิดทุกคนจะมีรอยบุ๋ม นิ่มๆ อยู่กลางศีรษะ แต่เมื่ออายุครบ 2 ขวบ กระหม่อมบริเวณนั้นจะเข้าหากัน กลายเป็นกระดูกของกะโหลกศีรษะที่แข็งแรง

          2. ศีรษะลูกมีลักษณะเหลี่ยมๆ ไม่มนกลม

สาเหตุเกิดจากขณะคลอด กระดูกกะโหลกศีรษะในส่วนที่บอบบางของศีรษะมีความยืดหยุ่น จึงทำให้มีลักษณะเป็นเหลี่ยม             ไม่มนกลม แต่ภายหลัง 1 – 2 สัปดาห์หลังคลอด ศีรษะจะมนกลมได้มากขึ้น

          3. ใบหน้าผิดแปลกจากเด็กทั่วไป

พ่อแม่หลายคนคงตกใจเมื่อเห็นใบหน้าลูกหลังคลอด รู้สึกว่าหน้าตาลูกดูแปลกตาไป เช่น โครงหน้าเหลี่ยมๆ ตาบวมโต                หรือจมูกที่บี้แบน นั่นเป็นเพราะกระดูกกะโหลกศีรษะยังไม่เข้าหากันจนสนิท เพื่อง่ายต่อการคลอด ใบหน้าของลูกจึงเปลี่ยนแปลงไปชั่วคราว หรืออีกสาเหตุหนึ่งเกิดจากการถ่ายของเหลวภายในร่างกาย  ภายใน 1 – 2 สัปดาห์จากกการเปลี่ยนแปลงที่ลงตัวจะทำให้ใบหน้าดู  มีรูปทรงมากยิ่งขึ้น

          4. เสียงร้องบ่งบอกความรู้สึกได้

เลี้ยงเด็กทารกต้องอาศัยระยะเวลาในการทำความเข้าใจ โดยเฉพาะเวลาลูกร้อง คุณแม่ควรสังเกตเสียงเพื่อรู้ว่าลูกต้องการอะไร โดยศึกษาจากผลการวิจัยจากผู้เชียวชาญ แบ่งลักษณะเสียงของทารก 4 ลักษณะ คือ เสียง เฮะ คือ ไม่สบายตัว มีความเปียกชื้น อาจเกิดจากแพมเพิสเต็มหรือทารกอึ เสียง เอะ คือ ไม่สบายท้อง มีลมในท้อง เสียง อาว คือ ทารกต้องการพักผ่อน เสียง อึน คือ ทารกหิว อยากกินนม

         5. จามบ่อย สะอึกบ่อย บ่งบอกอะไรได้บ้าง

ลูกจามบ่อยไม่ใช่สัญญาณอันตราย แต่เป็นเพราะทารกคร่ำน้ำคร่ำหรือขจัดสิ่งแปลกปลอมที่สร้างความระคายเคืองออกจากร่างกายผ่านทางรูจมูก

ส่วนลูกสะอึกบ่อยก็ไม่ใช่สัญญาณอันตราย เพราะเกิดจากลูกอิ่มนม อาการสะอึกบ่อยจะน้อยลงเมื่อลูกอายุได้ 4 – 5 เดือน

         6. ตุ่มผดเล็กๆ ผื่นแดงขึ้นตามหน้า ตามลำตัว

บริเวณใบหน้า แขน ขา และตามลำตัว มักมีตุ่มผดเล็กหรือผื่นแดง ที่มีลักษณะคล้ายสิวนั้น เกิดจากฮอร์โมนของคุณแม่ที่ยังคงหลงเหลืออยู่กับตัวเด็ก จึงทำให้มีสิวๆเล็กๆเกิดขึ้นมากมาย อาการเหล่านี้จะเบาลงและหายไป เมื่อเด็กอายุได้ 6 สัปดาห์

          7. ผิวหนังลอก

ขณะทารกอยู่ในครรภ์มารดา ผิวหนังจะถูกเคลือบด้วยไขมัน แต่เมื่อทารกคลอดออกมาแล้วไขมันส่วนนั้นได้หลุดลอกออกไป         จึงทำให้ผิวหนังแห้ง ผิวลอกเป็นขุยประมาณ 2 – 3 วันจะกลับมาเป็นปกติ แต่หลังจากคลอด 1 – 2 สัปดาห์ ร่างกายจะผลัดเซลล์ผิวเก่าเผยผิวใหม่ที่เต่งตึง มีน้ำมีนวล มากขึ้น

          8. แค่เสียงเล็กๆก็ทำให้ลูกตกใจได้

ทารกเป็นวัยที่หูดีมากๆ แค่ได้ยินเสียงเล็กๆน้อยๆ เช่น เสียงไอ จาม การพูดคุย หรือแม้แต่เสียงฉีกถึงขนมก็ทำให้สะดุ้งจากการหลับได้ ปฏิกิริยาการตอบสนองนี้ เรียกว่า ปฏิกิริยาโมโร

          9. การหายใจของลูก ดูเหมือนไม่ปกติ

การที่ลูกหายใจไม่สม่ำเสมอเหมือนคนปกติ เป็นเพราะกล้ามเนื้อในระบบทางเดินหายใจ กระบังลมยังพัฒนาไม่แข็งแรง ทำให้บางครั้งเหมือนลูกไม่หายใจ แต่คุณแม่ไม่ต้องวิตกกังวล เพราะอาการเหล่านี้จะหายไปเมื่อลูกอายุได้ 6 สัปดาห์ ทว่าลูกไม่หายใจเกิน 20 นาที ให้คุณแม่รีบนำส่งโรงพยาบาลโดยด่วน

          10. ลักษณะอุจจาระ

อุจจาระของทารกมีลักษณะเป็นสีเหลืองทอง ถ่ายวันละ 3 – 4 ครั้ง ครั้งละน้อยๆ และปัสสาวะหลายครั้ง เกิดจากปฏิกิริยาของกระเพาะอาหาร มีการขับถ่ายของเสียทันทีที่กินนมเข้าไป ปฏิกิริยานี้จะเกิดขึ้นในระยะแรก แต่เมื่อระบบย่อยอาหารเริ่มคุ้นชินกับการทำงาน อาการเหล่านี้จะค่อยๆหายไป

          11. อวัยวะเพศลูกมีลักษณะบวม ใหญ่กว่าปกติ

สาเหตุที่อวัยวะเพศหญิงชายมีลักษณะบวม ใหญ่กว่าปกติ เกิดจากฮอร์โมนของคุณแม่ที่ยังหลงเหลือยู่ภายในร่างกายของทารก    จึงทำให้อวัยวะเพศชายดูใหญ่ ส่วนอวัยวะเพศหญิงดูบวมๆแต่ไม่มีอาการเจ็บปวดใดๆ ในช่วง 2 – 3 วันแรกคลอด

เตรียมพร้อมรับมือดูแลทารกแรกเกิด ด้วยความรู้ที่นำมาฝากกันนะคะ สำหรับวันนี้ขอลาไปก่อน แล้วพบกันใหม่กับ “HerKid รวมพลคนเห่อลูก” ผู้นำด้านการแชร์ประสบการณ์เด็ดๆแม่และเด็กได้ทุกวัน คลับ HerKid เว็บนี้มีทั้งสาระและความบันเทิงนะคะ

เครดิตข้อมูล : HerKid รวมพลคนเห่อลูก

Comments