รูปภาพ1

วันนี้แอดมินมีสาระดีๆและประสบการณ์ของสมาชิกท่านหนึ่งจาก “Pantip” มาฝากแม่ๆชาว HerKid รวมพลคนเห่อลูก ทุกคนค่ะ เกี่ยวกับประสบการณ์ดูแลลูกแพ้อาหารบนเครื่องบิน อุทาหรณ์ของพ่อแม่ที่ทำให้รู้ว่าต้องมีสติเสมอ

เจ้าของกระทู้ ได้กล่าวว่า “ขอแชร์ประสบการณ์ในการดูแลลูกแพ้อาหาร อุทาหรณ์ของพ่อแม่ต้องมีสติเสมอ ลูกชายคนโตเป็นภูมิแพ้อาหารประเภทแป้งสาลีและไข่ขาว ซึ่งเราได้สังเกตพบอาการและตรวจหาสารภูมิแพ้ตั้งแต่อายุ 2 ขวบแล้ว ที่ผ่านมาเราดูแลน้องเป็นอย่างดีและคอยหลีกเลี่ยงอาหารที่น้องแพ้เสมอ ซึ่งถือเป็นเรื่องละเอียดอ่อนมากเพราะเป็นเรื่องอันตรายถึงชีวิตได้ ที่ผ่านมาทางครอบครัวเราและคนใกล้ชิดทราบดีว่าน้องแพ้อาหารอะไรบ้าง ก็หลีกเลี่ยงที่จะให้ลูกทานอาหารหรือสิ่งต่างต่างๆที่มีส่วนผสมเป็นส่วนประกอบ เช่น น้องแพ้ไข่ขาว ก็หมายความว่า นอกจากไข่ดาว ไข่เจียวแล้ว ขนมเค้ก ขนมปัง เส้นบะหมี่ที่มีส่วนผสมของไข่ก็ไม่สามารถทานได้เช่นกัน รวมไปถึงบางเรื่องที่เราเองก็นึกไม่ถึงเกี่ยวกับอาหารที่มีส่วนผสมของแป้งสาลี ที่ต้องสังเกตส่วนผสมของแป้งสาลีด้วยเช่นกัน ได้แก่ ขนมต่างๆ แม้แต่น้ำก๋วยเตี๋ยวที่ใช้ซอสปรุงรสที่มีส่วนของแป้งสาลีก็ตาม

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงต้นเดือนพ.ย.59 ที่ครอบครัวเราวางแผนเดินทางไปเที่ยวที่ฮ่องกงกันทั้ง 4 คน พ่อ แม่ ลูกชายคนโต 4 ขวบ ลูกชายคนเล็ก 2 ขวบ และพี่เลี้ยงเด็ก 2 คน เราเตรียมตัวอย่างดี มีการเตรียมยาประจำตัวน้องกรณีแพ้ฉุกเฉินไว้พกติดตัวเสมอ เหตุการณ์ผ่านไปราบรื่นดีจนกระทั่งถึงเที่ยวบินกลับเมืองไทย ที่ครอบครัวเราเดินทางกลับด้วยสายการบินสีม่วงที่เราไว้วางใจในมาตรฐานการบริการ

ซึ่งเราได้เตรียมพร้อมทุกอย่างเกี่ยวกับการเดินทาง โดยได้ทำการจองสั่งอาหารพิเศษของน้องไว้แล้วทั้งขาไป-ขากลับ ซึ่งในเที่ยวบินนั้นอาหารพิเศษจะถูกนำมาเสริฟ์ให้ก่อน เมื่อน้องรับประทานอาหารเข้าไป หลังจากนั้นประมาณครึ่งชั่วโมง น้องเริ่มบ่นปวดท้อง และอาเจียน คุณพ่อเลยให้น้องทานยาน้ำ แต่ทานยาแล้วอาการก็ยังไม่ดีขึ้น เลยให้ทานยาเม็ด น้องหลับไป 10 นาที ตื่นขึ้นมาและอาเจียนต่อ คุณพ่อเลยตัดสินใจว่าต้องเปลี่ยนเป็นยาฉีด ซึ่งตอนนั้นต้องหาผู้โดยสารที่เป็นพยาบาลหรือแพทย์มาฉีดให้แต่เนื่องจากเที่ยวบินนั้นไม่มี และน้องอาการเหมือนเริ่มจะหายใจไม่ออก คุณพ่อเลยตัดสินใจฉีดยาให้เอง แล้วจากนั้นอาการน้องก็ค่อยๆดีขึ้น  อย่างไรก็ดีเมื่อลงเครื่องเราก็ตัดสินใจจะต้องส่งน้องไปโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด 

จนกระทั่งตอนเครื่องลงจอดที่สนามบิน เจ้าหน้าที่บนเครื่องแจ้งบอกพวกเราให้ลงก่อนแล้วจะมีรถมารับและอำนวยความสะดวกให้เรื่องการตรวจคนเข้าเมือง เนื่องจากเป็นเที่ยวบินจากต่างประเทศที่ค่อนข้างใช้เวลา แต่พอเราลงจากเครื่องก็ได้ถามกับเจ้าหน้าที่ภาคพื้นดินที่ก็ยังแจ้งให้เราขึ้นรถบัสรวมไปกับผู้โดยสารปกติ ซึ่งเราก็ได้แจ้งบอกว่าน้องมีอาการป่วยฉุกเฉินต้องรีบพาไปหาหมอ แต่เจ้าหน้าที่คนเดิมก็ยืนยันว่าเราต้องขึ้นรถบัสไป และไม่ได้มีรถมารับเราเป็นพิเศษเหมือนที่เจ้าหน้าที่บนเครื่องได้แจ้งไว้ ซึ่งใช้เวลานานพอสมควรกว่าเราจะได้ขึ้นรถบัสและต้องรอรถบัสออก กว่าจะผ่านการตรวจคนเข้าเมืองก็ใช้เวลาเป็นชั่วโมงเลยทีเดียว

ถ้าหากว่ายาฉีดให้น้องไม่ได้ผลจะทำอย่างไร ซึ่งเรามองว่าการประสานงานระหว่างเจ้าหน้าที่บนเครื่องกับเจ้าหน้าที่บนภาคพื้นดินบกพร่องอย่างมาก น่าจะต้องมีการอำนวยความสะดวกในเหตุการณ์ฉุกเฉินให้ผู้โดยสารมากขึ้นกว่านี้ เพราะเวลาทุกนาทีมีค่าจริงๆสำหรับชีวิตของใครก็ตามที่ต้องมาประสบเหตุแบบเรา

เมื่อออกจากสนามบินได้เราก็รีบส่งน้องเข้ารักษาตัวที่ รพ.บำรุงราษฎร์ในทันที ซึ่งผลการวินิจฉัยของแพทย์ตามที่แจ้งระบุในใบรับรองแพทย์แจ้งสาเหตุว่า น้องมีอาการแพ้อย่างรุนแรงจากสารอาหารที่ได้รับประทานเข้าไป ซึ่งเราคาดว่าน่าจะมาจากอาหารบนเครื่องแน่นอน เพราะก่อนหน้านี้น้องรับประทานแต่โจ๊กจากที่โรงแรมและจนเดินทางมาที่สนามบินก็ไม่ได้รับประทานอย่างอื่นเพิ่มนอกจากน้ำและขนมที่เตรียมมาทานอยู่ประจำ

เพื่อเป็นข้อมูลเกี่ยวกับผู้ป่วยโรคภูมิแพ้ หากเกิดอาการแพ้แบบเฉียบพลัน ในรายที่เกิดอาการรุนแรงอาจจะถึงขั้นช็อกหมดสติและมีอันตรายถึงชีวิตได้ ซึ่งกรณีของน้อง หากยาฉีดขยายหลอดลมไม่ได้ผล หลอดลมจะหดตัวและทำให้หายใจไม่ได้ ซึ่งต้องรีบนำส่งโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด แต่จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบนเครื่องบิน ถือว่าเป็นอันตรายและเสี่ยงกับความเป็นความตายที่สุด ถ้าหากคุณพ่อคุณแม่ไม่มีการเตรียมพร้อมที่ดีพอ ต้องมีสติในการตัดสินใจแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แม้แต่สิ่งที่เราคิดว่ามั่นใจว่าได้จัดเตรียมไว้แล้ว ในที่สุดแล้วก็อาจจะยังมีข้อผิดพลาดได้เสมอ

หลังจากเกิดเรื่องไป ทางเราได้แจ้งเรื่องร้องเรียนที่เกิดขึ้นไปที่กองบริการลูกค้าสัมพันธ์สำนักงานใหญ่ของสายการบินที่ได้เดินทาง พยายามสอบถามเกี่ยวกับการจัดเตรียมอาหารพิเศษของน้องที่ได้ร้องขอไว้ และได้คอยโทรติดตามความคืบหน้ามาตลอด ซึ่งสายการบินเพียงแค่รับเรื่องไว้และแจ้งว่ากำลังดำเนินการสอบสวนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและจะแจ้งผลการตรวจสอบดังกล่าวมาให้ทราบ ซึ่งที่สุดแล้วทางสายการบินก็ตอบมาเพียงแต่ว่าเป็นอาหารที่ได้ถูกจัดเตรียมมาจากสถานีต่างประเทศคือที่ฮ่องกง และส่งจดหมายตอบรับแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับอาหาร(รายการอาหารพิเศษที่ได้ทานมื้อนั้น) ที่เราทราบแล้วมาเพียงเท่านี้ ซึ่งไม่ได้แสดงถึงการแสดงความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หรือข้อมูลการสอบสวน/ ตรวจสอบเกี่ยวกับส่วนเตรียมอาหารที่อาจปนเปื้อน หรือบุคลากรที่เกี่ยวข้องในการเตรียมอาหาร เหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจในการบริการที่สายการบินมาให้กับลูกค้า

จากประสบการณ์ที่ครอบครัวเราได้เจอมากับตัวเองสอนให้เรียนรู้ว่า อันตรายเกิดขึ้นได้เสมอจริงๆ แม้กับสิ่งที่เรามั่นใจหรือได้เตรียมตัวมาอย่างดีก็ตาม หากตกอยู่ในความประมาทหรือขาดสติในการจัดการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าที่เกิดขึ้น ช้าไปเพียงนาทีก็ส่งผลต่อความปลอดภัยของลูกเราได้ ทำให้เราอยากแชร์ประสบการณ์ที่เกิดขึ้นให้พ่อแม่ทุกคนได้ทราบข้อมูลและเตรียมพร้อมรับมือ อย่างน้อยต้องมีสติไว้คิดแก้ปัญหา เพราะสุดท้ายคนเป็นพ่อเป็นแม่เท่านั้นที่จะช่วยเหลือลูกของเราได้ดีที่สุด

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้เราอยากจะแชร์ประสบการณ์ที่เกิดขึ้นว่า เรื่องที่เราไม่คาดว่าจะเกิดก็เกิดขึ้นได้ เพราะฉะนั้นคนเป็นพ่อเป็นแม่ต้องมีสติอยู่เสมอ การปฐมพยาบาลเบื้องต้นที่จำเป็น หรืออุปกรณ์ที่จะใช้ในการดูแลลูก ต้องเตรียมให้พร้อม เพราะที่สุดแล้วความปลอดภัยและชีวิตของลูกเราสำคัญที่สุด”

อาการแพ้อาหารที่แสดงออกตามร่างกาย (โรงพยาบาลสมิติเวช)

  1. ระบบผิวหนัง ได้แก่ ลมพิษชนิดเฉียบพลัน หรือเรื้อรัง ผื่นผิวหนังอักเสบ บวมรอบปากหรือตา
  2. ระบบหายใจ ได้แก่ อาการจมูกอักเสบ หลอดลมอักเสบ บวมบริเวณกล่องเสียงและหลอดลม หรือหืด (เหนื่อย แน่นหน้าอก หายใจมีเสียงวี๊ด)
  3. ระบบทางเดินอาหาร ได้แก่ อาการคันปาก คันคอ คันลิ้น ปวดท้อง อาเจียน ถ่ายมีเลือดปน หรือลำไส้อักเสบ
  4. ระบบหัวใจ ได้แก่ ความดันโลหิตต่ำ ช็อก

โดยผู้ป่วยอาจมีอาการหลายระบบร่วมกันทั่วร่างกาย อาจรุนแรงถึงขั้นช็อก หมดสติ ถึงแก่ชีวิตได้ อาหารที่พบว่าแพ้บ่อย ได้แก่ นมวัว ไข่ ถั่วเหลือง แป้งสาลี ปลา อาหารทะเล ถั่วลิสง ถั่วจากพืชยืนต้น เช่น อัลมอนต์ วอลนัท ฮาเซลนัท มะม่วงหิมพานต์ เป็นต้น

การรักษาการแพ้อาหารแบบไม่รุนแรง

  1. หากลูกของคุณพ่อคุณแม่มีอาการแพ้ที่ไม่รุนแรง เช่น มีผื่นลมพิษตามผิวหนัง การรักษาก็ทำได้โดยง่าย โดยการให้ยาแก้แพ้กลุ่ม antihistamine เช่น atarax, chlorpheniramine (CPM) ฯลฯ ซึ่งจะช่วยให้อาการคัน และผื่นลมพิษ ทุเลาลงได้เร็ว
  2. ทั้งนี้การใช้ยาควรอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์ และอ่านเอกสารกำกับยาทุกครั้ง หากคุณพ่อคุณแม่มีข้อสงสัยเกี่ยวกับการใช้ยาควรปรึกษาแพทย์ก่อน

การรักษาในกรณีฉุกเฉิน หรือกรณีแพ้อาหารรุนแรง

  1. ในเด็กบางรายการแพ้แบบผื่นลมพิษ เป็นเพียงอาการเริ่มแรกของการแพ้อย่างรุนแรง ซึ่งอาจมีอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ ซึ่งคุณพ่อคุณแม่ควรสังเกตว่า นอกจากอาการผื่นลมพิษแล้ว ลูกของคุณมีอาการแน่นหน้าอก หรือหายใจไม่ออกด้วยหรือไม่ มีอาการบวมมากขึ้น โดยเฉพาะที่บริเวณใบหน้า รอบตา รอบปาก มีอาการพูดหรือหายใจไม่ได้ร่วมด้วยหรือไม่ มีคลื่นไส้อาเจียน และปวดท้องด้วยหรือเปล่า ถ้าพบอาการเหล่านี้แสดงว่าเป็นอาการแพ้แบบรุนแรง ต้องรีบพบแพทย์โดยเร็ว ภาวะเช่นนี้เรียกว่า angioedema
  2. และที่รุนแรงกว่านั้นคือ anaphylaxis ซึ่งจะทำให้เกิดอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ถ้าทำการรักษาช้า ซึ่งอาการแพ้อย่างรุนแรงต้องให้การรักษาด้วยการฉีดยา adrenaline และการปฐมพยาบาลอย่างเร่งด่วน ซึ่งต้องทำโดยแพทย์ผู้มีความรู้ความชำนาญและอุปกรณ์ที่พร้อม

หวังว่าคุณแม่ที่กำลังหาวิธีดูแลลูกแพ้อาหารด้วยตนเองจะลองเอาไปปรับใช้ให้เกิดประโยชน์นะค่ะ สำหรับวันนี้แอดมินขอลาไปก่อน แล้วพบกันใหม่กับ HerKid รวมพลคนเห่อลูก ผู้นำด้านการแชร์ประสบการณ์เด็ดๆแม่และเด็กได้ทุกวัน คลับ HerKid เว็บนี้มีทั้งสาระและความบันเทิงนะคะ

ขอบคุณข้อมูล : Pantip 

เรียบเรียงโดย : HerKid รวมพลคนเห่อลูก

 อ่านประสบการณ์จริงอื่นๆ >>> รีวิว!!! อาหารเด็ก 6 เดือน แบบฉบับเอาใจเด็กกินยาก

Comments